20/08/2026
ภาวะท้องเสีย (diarrhea) เป็นอาการที่แสดงออกของโรคระบบทางเดินอาหารที่พบได้บ่อยที่สุด จากข้อมูลประกันภัยสัตว์เลี้ยงในปี 2023 ระบุว่าโรคระบบทางเดินอาหารอักเสบ (gastroenteritis) ถูกจัดเป็นสาเหตุอันดับที่ 2 ของเคสทั้งหมดที่เจ้าของพาสุนัขและแมวเข้ารับการตรวจรักษาในโรงพยาบาลสัตว์ โดยภาวะท้องเสียมีลักษณะสำคัญคือ สุนัขและแมวจะถ่ายอุจจาระบ่อยขึ้น อุจจาระมีความเหลวเป็นน้ำมากขึ้น และ/หรือมีปริมาณอุจจาระเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน ซึ่งอาการดังกล่าวเป็นผลมาจากความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้ทั้งภายในและภายนอกระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเข้าไปรบกวนกระบวนการดูดซึม การหลั่งสารน้ำและแร่ธาตุ การซึมผ่านของผนังลำไส้ และการบีบตัวและเคลื่อนไหวของลำไส้
ภาวะท้องเสียสามารถแบ่งออกตามระยะเวลาของการเกิดโรค โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
1. ภาวะท้องเสียแบบเฉียบพลัน (acute diarrhea) คือ อาการถ่ายอุจจาระเหลวหรือเป็นน้ำตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปภายใน 24 ชั่วโมง หรือถ่ายเป็นเลือดอย่างน้อย 1 ครั้ง ระยะเวลาน้อยกว่า 1 ถึง 2 สัปดาห์ เคสส่วนใหญ่จะไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ และอาการทางคลินิกสามารถหายเองได้ (self-limiting) โดยไม่จำเป็นต้องใช้การรักษาที่จำเพาะเจาะจง
2. ภาวะท้องเสียแบบเรื้อรัง (chronic diarrhea) คือ อาการถ่ายอุจจาระเหลวหรือเป็นน้ำอย่างต่อเนื่องนานมากกว่า 3 สัปดาห์ หรือมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ ภาวะท้องเสียเรื้อรังมีสาเหตุที่ซับซ้อนมากกว่า และไม่สามารถหายเองได้ จำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างเป็นระบบเพิ่มเติม
การแบ่งประเภทของภาวะท้องเสีย: ลำไส้เล็ก (Small Bowel) vs ลำไส้ใหญ่ (Large Bowel)
ในการวินิจฉัยภาวะท้องเสียในสุนัขและแมว การระบุตำแหน่งรอยโรคของภาวะท้องเสียเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างมาก เพราะจะช่วยจำกัดขอบเขตของสาเหตุโรคและวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด โดยมีความแตกต่างที่สังเกตได้ชัดเจน ดังตาราง (ดูตารางได้ที่บทความบนเว็บไซต์)
สาเหตุของภาวะท้องเสียเฉียบพลันในสัตว์เลี้ยง
สาเหตุของการเกิดภาวะท้องเสียเฉียบพลัน สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่
1. กลุ่มโรคติดเชื้อ (Infectious diseases)
● การติดเชื้อปรสิตในระบบทางเดินอาหาร (parasites infestation)
- พยาธิตัวกลม (roundworm) เป็นปรสิตซึ่งเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยในลูกสุนัขและลูกแมว โดยจะเข้ามาแย่งสารอาหารภายในทางเดินอาหาร จนส่งผลให้สัตว์เกิดภาวะท้องเสีย
- พยาธิปากขอ (hookworms) เป็นปรสิตที่เกาะฝังตัวบริเวณผนังลำไส้เพื่อดูดเลือด ทำให้เกิดอาการท้องเสีย ถ่ายเป็นเลือด และมีภาวะโลหิตจางร่วมด้วย
- เชื้อโปรโตซัว (protozoa) เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เช่น Giardia spp., Coccidia spp. และ Cryptosporidium spp. มักปนเปื้อนมากับแหล่งน้ำหรืออาหารที่ไม่สะอาด ทำให้เกิดอาการท้องเสียเป็นน้ำหรือถ่ายเป็นมูกเลือด
● การติดเชื้อแบคทีเรีย (bacterial infection)
- Salmonella spp.
- Escherichia coli
- Campylobacter jejuni
- Clostridium spp.
● การติดเชื้อไวรัส (viral infection)
- Parvovirus
- Coronavirus
- Distemper virus
- Rotavirus
2. กลุ่มโรคที่ไม่ได้ติดเชื้อ (Non-infectious disease)
● ปัจจัยด้านอาหาร (diet factors)
- การกินของแปลกปลอม คุ้ยขยะ หรือกินสิ่งที่ไม่ใช่อาหาร (dietary indiscretion)
- การเปลี่ยนสูตรอาหารแบบฉับพลัน (sudden food change)
- ภาวะแพ้อาหารหรือภูมิแพ้อาหาร (dietary hypersensitivity)
- การกินอาหารบูดเน่าเสีย (spoiled food)
● โรคระบบอื่น ๆ (systemic diseases) เช่น โรคเนื้องอกหรือมะเร็ง (neoplasia) ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (sepsis) และภาวะของเสียในเลือดสูงจากโรคไต (uremia)
- ภาวะลำไส้อักเสบ (inflammatory disease)
- สารพิษและผลข้างเคียงจากยา (toxin & drug reactions)
● การได้รับสารเคมีที่เป็นสารพิษ หรือปฏิกิริยาตอบสนอง/ผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด
- ความเครียด (stress)
● สภาพจิตใจที่ตื่นตระหนก ความวิตกกังวล หรือการเปลี่ยนแปลงสถานที่เลี้ยงดู เช่น การย้ายบ้านหรือนำไปฝากเลี้ยง
แนวทางการวินิจฉัยภาวะท้องเสียเฉียบพลัน
● การตรวจพยาธิและปรสิตในอุจจาระด้วยวิธีปั่น (f***l flotation via centrifugation) ควรส่งตรวจในสัตว์ป่วยทุกรายเพื่อคัดกรองและตัดปัญหาการติดเชื้อปรสิตหรือพยาธิในระบบทางเดินอาหาร
● การตรวจวัดค่าความเข้มข้นของเลือดแดง (packed cell volume; PCV) และค่าโปรตีนรวมในกระแสเลือด (total protein; TP) เพื่อประเมินระดับการสูญเสียน้ำในร่างกายและใช้เป็นแนวทางในการวางแผนให้สารน้ำเพื่อรักษา
● การตรวจความสมบูรณ์ของเลือด (complete blood count; CBC) และค่าชีวเคมีโลหิต (serum biochemistry) เพื่อประเมินความผิดปกติของระบบร่างกาย แร่ธาตุ และโรคร่วมภายนอกระบบทางเดินอาหาร (extra-GI diseases) เช่น โรคตับหรือโรคไต
● การถ่ายภาพรังสีวินิจฉัยช่องท้อง (abdominal radiography) และการตรวจด้วยคลื่นความถี่สูง (abdominal ultrasound) เพื่อดูภาวะลำไส้อุดตัน มะเร็ง/เนื้องอก หรือการกลืนสิ่งแปลกปลอม (foreign body)
● การตรวจคัดกรองโรคติดเชื้อ (infection screening) โดยเฉพาะในกลุ่มลูกสุนัขและแมว หรือสัตว์เลี้ยงที่ยังได้รับวัคซีนไม่ครบถ้วน จะพิจารณาตรวจชุดทดสอบสำเร็จรูปสำหรับ parvovirus panleukopenia virus หรือส่งตรวจ PCR หาเชื้อปรสิตและไวรัสในลำไส้
แนวทางการรักษาภาวะท้องเสียแบบเฉียบพลันด้วยโภชนาการ
การให้อาหารหรือปรับอาหารในสุนัขและแมวที่มีปัญหาระบบทางเดินอาหารหรือภาวะท้องเสียเฉียบพลัน สามารถเริ่มได้ทั้งการใช้อาหารประกอบการรักษาโรคหรืออาหารที่ปรุงเองตามสูตรเฉพาะ โภชนาการมีบทบาทสำคัญและส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างต่าง ๆ ในระบบทางเดินอาหาร การรักษาด้วยโภชนาการที่มีแนวโน้มเป็นประโยชน์ ได้แก่ อาหารที่ย่อยง่าย มีองค์ประกอบของไขมันต่ำ และมีใยอาหารสูง นอกจากนี้การเสริมโปรไบโอติกส์ (probiotics) ก็อาจมีส่วนช่วยฟื้นฟูในสัตว์ป่วยมีปัญหาทางเดินอาหารหรือภาวะท้องเสียเฉียบพลันได้เช่นกัน
1. อาหารที่มีความสามารถในการย่อยง่ายสูง (increased digestibility) นิยามของความสามารถในการย่อยอาหาร หมายถึง สัดส่วนของอาหารหรือสารอาหารหลักที่ถูกย่อยและดูดซึมผ่านระบบทางเดินอาหาร โดยมักแสดงผลเป็นเปอร์เซ็นต์ ค่าความสามารถในการย่อยอาหารนั้นมีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งปัจจัยด้านชนิดวัตถุดิบ กระบวนการแปรรูป (เช่น การใช้ความร้อน โดยทั่วไปจะช่วยเพิ่มการย่อยของแป้ง แต่จะลดการย่อยโปรตีน) รวมถึงปัจจัยด้านตัวสัตว์ เช่น สายพันธุ์ (สุนัขสายพันธุ์ใหญ่มีความสามารถในการย่อยอาหารต่ำกว่าสุนัขสายพันธุ์เล็ก) อายุ (ประมาณ 20% ของแมวที่อายุมากกว่า 12 ปี จะมีความสามารถในการย่อยโปรตีนลดลง) สุขภาพของระบบทางเดินอาหาร สภาวะทางสรีรวิทยา และประมาณอาหารที่ได้รับ
ถึงแม้ว่าในปัจจุบันยังไม่มีเกณฑ์มาตรฐานที่เด่นชัดในการนิยาม “อาหารที่ย่อยง่ายสูง” แต่อาหารที่มีความสามารถในการย่อยโดยรวมอย่างน้อย 80% และมีความสามารถในการย่อยสารอาหารหลักอย่างน้อย 90% ถือว่าเข้าข่ายจัดเป็นอาหารประเภทนี้ โดยทั่วไปอาหารสัตว์ที่ใช้ประกอบการรักษาโรคระบบทางเดินอาหาร (commercial therapeutic diet) มักจัดอยู่ในกลุ่มที่ย่อยง่ายสูง เนื่องจากสัตว์ป่วยที่มีปัญหาระบบทางเดินอาหารหรือสัตว์ป่วยที่มีภาวะท้องเสียเฉียบพลัน อาจจะได้รับผลกระทบต่อกระบวนการย่อยและการดูดซึมสารอาหาร ดังนั้น การใช้อาหารที่ย่อยง่ายสูงจึงมีประโยชน์อย่างยิ่งในสัตว์ป่วยกลุ่มนี้ นอกจากนี้ อาหารประเภทดังกล่าวยังก่อให้เกิดกากอาหาร (residues) ในระบบทางเดินอาหารน้อยลง จึงช่วยลดภาระการทำงานอย่างหนักของลำไส้ รวมถึงช่วยบรรเทาภาวะท้องเสียที่เกิดขึ้นจากการดึงน้ำออกสู่ลำไส้ (osmotic diarrhea)
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของบทความเท่านั้น อ่านบทความฉบับเต็มพร้อมหัวข้อเรื่องอาหารที่มีองค์ประกอบของไขมันต่ำ, อาหารที่มีใยอาหารสูง, การเสริมโปรไบโอติกส์ และแผนการให้อาหารและการติดตามอาการต่อได้ที่ : https://readvpn.com/article/detail/2630
บทความโดย : น.สพ.ธิติฏฐ์ สุรกิจโกศล
Disclaimer: เนื้อหานี้เป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลวิชาการจากต่างประเทศเพื่ออัปเดตความรู้เท่านั้น ยาบางชนิดอาจยังไม่ขึ้นทะเบียนในไทย VPN Magazine มิได้มีเจตนาโฆษณาหรือส่งเสริมการใช้ยาผิดกฎหมาย สัตวแพทย์ควรใช้วิจารณญาณในการรักษาตามหลักวิชาการอย่างรอบคอบ
สำหรับคุณหมอสัตวแพทย์ที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก
ตอนนี้ทาง VPN มีโปรโมชั่นน่าสนใจอยู่นะ
💙 อ่านออนไลน์ จ่ายถูกกว่า -
สำหรับสัตวแพทย์ท่านที่สมัครสมาชิกแบบอ่านออนไลน์ (ไม่รับหนังสือ) จ่ายเพียง 1,500 บาท/ปี เท่านั้น และยังสามารถทำ CE online ในเว็ปไซต์ได้ตามปกติ
💙 อ่านจากเล่ม เน้นสะสม -
สำหรับท่านที่สมัคร/ต่ออายุสมาชิกแบบรับหนังสือ (สามารถใช้งานเว็ปไซต์และทำ CE online ได้ด้วย)
📍 ได้ทำ CE online มากกว่า 40 คะแนน/ปี
📍 ดาวโหลด E-book ไปอ่านได้
📍 ใช้งานเว็ปไซต์ได้เต็มรูปแบบ
📍 E-learning online course
ดูรายละเอียดแพคเกจ
และสมัครออนไลน์ด้วยตัวเองได้ที่ https://www.readvpn.com/register
หรือสอบถามเพิ่มเติม
add Line :