สวนอิ่มสุขจันทบุรี

สวนอิ่มสุขจันทบุรี สวนอิ่มสุขจันทบุรี

ประกาศๆ สำหรับเกษตรกรที่มีพื้นที่สวน ไร่นา 50 ไร่ขึ้นไป ต้องขอขึ้นทะเบียน GAP กับเอกชนนะ แล้วปีถัดๆไปก็น่าจะคนที่มีพื้นท...
20/06/2026

ประกาศๆ สำหรับเกษตรกรที่มีพื้นที่สวน ไร่นา 50 ไร่ขึ้นไป ต้องขอขึ้นทะเบียน GAP กับเอกชนนะ แล้วปีถัดๆไปก็น่าจะคนที่มีพื้นที่น้อยลงมาๆ และต่อไป ก็ต้องไปขึ้นเอกชนทั้งหมด

เดิมทีเรื่องนี้มีการดำเนินการมาหลายปีแล้วนะ เพียงแต่มีการผ่อนผันมาเรื่อยๆ แต่รอบนี้ ดำเนินการล้ะ 1 ตค.69 นี้เป็นต้นไป

🟢 เดิมการขอรับรองมาตรฐาน GAP หรือ Organic Thailand จะต้องไปยื่นคำร้องกับ #กรมวิชาการเกษตร ให้ตรวจรับรองแปลง

🗓️ แต่นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป หลักเกณฑ์ใหม่ของการขอรับรองมาตรฐานดังกล่าว สำหรับแปลงผลิตพืชที่มีขนาดใหญ่ 50 ไร่ขึ้นไป ต้องยื่นกับหน่วยรับรองเอกชน (CB) เท่านั้น

โดยกรมฯ จะงดรับคำขอใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อถ่ายโอนภารกิจตามแผนยกระดับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร

✅ ทั้งนี้ "หน่วยรับรองเอกชน" ที่สามารถขอยื่นเอกสาร มีทั้งหมด 6 แห่ง ได้แก่
1.บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด (Central Lab Thai)
2. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว./TISTR)
3. สถาบันรับรองระบบการผลิตผลิตภัณฑ์การเกษตร (ICAPS)
4. ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเซีย (AMARC)
5. บริษัท ทูฟ นอร์ด (ประเทศไทย) จำกัด
6. Bureau Veritas Thailand

🚫 สำหรับแปลงที่ได้รับการยกเว้น หรือยังยื่นขอรับรองมาตรฐานกับกรมวิชาการเกษตรได้เหมือนเดิม มีดังนี้

- พื้นที่แปลงหรือพื้นที่ทำเกษตรขนาดไม่เกิน 50 ไร่
- เกษตรแปลงใหญ่
- แปลงที่ตรวจรับรองแบบกลุ่ม
- แปลงที่มีการทำข้อตกลง MOU กันไว้
- แปลงที่มีหนังสือรับบรองจากภาครัฐ
- โครงการพระราชดำริ

➖➖➖➖➖➖➖➖➖
📌 ที่มา : กรมวิชาการเกษตร
➖➖➖➖➖➖➖➖➖
#เกษตรกรก้าวหน้า #สรรหามาฝาก #มาตรฐาน #มกษ #เซ็นทรัลแล็บไทย #เกษตรปลอดภัย #เกษตรอินทรีย์

The Agri Uncut Podcast ตอนที่ 2 : เจาะลึก "สารจับใบ" นวัตกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการเกษตรแม่นยำ ((( EP.1 และ EP.2 )))มาพูดกั...
10/02/2026

The Agri Uncut Podcast
ตอนที่ 2 : เจาะลึก "สารจับใบ" นวัตกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการเกษตรแม่นยำ ((( EP.1 และ EP.2 )))
มาพูดกันถึง สารจับใบที่อาจจะมีหลายคนสงสัยว่า สารนี้ที่เขาเรียก

สารเพิ่มประสิทธิภาพนี้ มันช่วยเพิ่มได้จริงๆไหม แล้วสารนี้ มันทำงานอย่างไร มาที่มาและนิยมกันแบบไหน ที่จะกล่าวถึงคือแบบ NIS และ อากิโนซิลิโคน
EP.1 : https://youtu.be/QvrUWQ-1dZs
EP.2 : https://youtu.be/ZWgzRRwFkk0
อ.10 กพ.69

#สารจับใบ #สารเพิ่มประสิทธิภาพ #ออกิโนซิลิโคน #สารลดแรงตึงผิว #สวนอิ่มสุขจันทบุรี #ทุเรียน #นวัตกรรม
-----------------------------------------------------
เพลง Lo-Fi ที่ทางช่องได้เพิ่มมาเพื่อให้ได้เลือกฟังเพลงกันครับ
https://www.youtube.com/watch?v=qE7-PqntlOM&t=4s
https://www.youtube.com/watch?v=PvSMs_uXliA&t=567s
-----------------------------------------------------
ร้านค้าออนไลน์ SUAN-IM-SUK
https://collshp.com/suanimsukchan?view=storefront

09/02/2026

The Agri Uncut Podcast
ตอนที่ 1 : เจาะลึกเส้นทางผลไม้ไทยสู้จีน 2026 โอกาสใหม่และการขนส่งไร้รอยต่อ
จ.9 กพ.69

https://www.youtube.com/watch?v=-itHdnar0pA&list=PLgFHMK12B7p-iNd37DLYD0WAthDk0vns5

เนื้อหาสำหรับ Podcast คือเรื่องของทุเรียนครับ โดยมีเรื่องเกี่ยวกับ
1.เปิดด่านใหม่เพื่อการขนส่งทุเรียนไทยไปจีน
2.มาตรการคุณภาพแบะนวัตกรรมเพื่อการแข่งขัน
3.ความท้าทายจากคู่แข่ง"ทุเรียนเวียดนาม"
-----------------------------------------------------

เพลง Lo-Fi ที่ทางช่องได้เพิ่มมาเพื่อให้ได้เลือกฟังเพลงกันครับ
https://www.youtube.com/watch?v=qE7-PqntlOM&t=4s
https://www.youtube.com/watch?v=PvSMs_uXliA&t=567s
-----------------------------------------------------

ร้านค้าออนไลน์ SUAN-IM-SUK
https://collshp.com/suanimsukchan?view=storefront

“ความกลัว” ทำให้เราตัวเล็กลงและต้องคอยเล่นตามเกมคนอื่น แต่ "การโฟกัสที่การสร้างคุณภาพสูงสุด" จะทำให้เรากลับมาเป็นผู้กำหน...
20/01/2026

“ความกลัว” ทำให้เราตัวเล็กลงและต้องคอยเล่นตามเกมคนอื่น แต่ "การโฟกัสที่การสร้างคุณภาพสูงสุด" จะทำให้เรากลับมาเป็นผู้กำหนดเกมเอง

“ราคาทุเรียนไทยดิ่งต่ำร้อย!” นี่คือพาดหัวที่ทำเอาชาวสวนทั่วประเทศอกสั่นขวัญแขวนไปตามๆ กัน

หลังจากที่ไทยครองตำแหน่งแชมป์ส่งออกทุเรียนไปจีนมาอย่างยาวนาน แต่ในปี 2026 นี้ สถานการณ์ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง “เวียดนาม” ไม่ได้มาเล่นๆ แต่กำลังรุกคืบยึดส่วนแบ่งการตลาดด้วยอาวุธที่น่ากลัวกว่าเดิม

สวนอิ่มสุขจันทบุรี สรุปอินไซต์จากภาพรวมเศรษฐกิจและสถานการณ์หน้าสวนให้ฟังในโพสต์นี้..โพสนี้อาจจะยาวหน่อยนะครับ แต่เชื่อว่าอ่านแล้วมีพลังบวกแน่นอน

1. ราคาดิ่งต่ำกว่า 100 บาท เกิดจากอะไร?
สาเหตุที่ราคาทุเรียนในภาพนี้ระบุว่าต่ำกว่า 100 บาท ไม่ได้มาจากความต้องการของคนจีนลดลง แต่มาจาก "Supply ที่ล้นตลาดในบางช่วง" และการทำสงครามราคา (Price War)
เวียดนามมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า: ทั้งค่าแรงและค่าขนส่ง ทำให้เขาสามารถทำราคาขายที่ดึงดูดใจผู้นำเข้าชาวจีนได้มากกว่าไทย
เศรษฐกิจจีนชะลอตัว: แม้คนจีนจะยังรักทุเรียน แต่การใช้จ่ายเริ่มมีความระมัดระวังมากขึ้น ทำให้ทุเรียนเกรดรองราคาถูกจากคู่แข่งขายดีกว่าทุเรียนพรีเมียมของไทยในบางเซกเมนต์
2. ข้อได้เปรียบด้านโลจิสติกส์ของเวียดนาม
จุดที่น่ากลัวที่สุดคือ “พรมแดนที่ติดกัน” * ทุเรียนเวียดนามใช้เวลาขนส่งทางบกเข้าสู่จีนเพียง 1-3 วัน ในขณะที่ไทยต้องใช้เวลานานกว่า
ความสดใหม่ (Freshness) จึงกลายเป็นจุดแข็งที่เวียดนามนำมาใช้โจมตีเรา โดยเฉพาะในมณฑลทางตอนใต้ของจีน
3. สงครามคุณภาพ: จุดชี้ชะตาทุเรียนไทย
แบรนด์ไทยเริ่มเกิดอาการ “เครียด” เพราะจีนเริ่มนำเทคโนโลยี AI มาช่วยตรวจความสุกและสารตกค้างที่ด่านนำเข้าแบบเข้มข้น 100%
ปัญหาทุเรียนอ่อน: ยังคงเป็นรูรั่วสำคัญที่ทำให้ความเชื่อมั่นทุเรียนไทยลดลง มาตรฐาน GAP : กลายเป็นภาคบังคับที่ใครไม่มีคือ “สอบตก” ตั้งแต่ยังไม่เริ่มแข่ง
4. ทางรอดของ "ทุเรียนไทย" ในปี 2026
ในมิติของสวนอิ่มสุขจันทบุรี เรามองว่าวิกฤตนี้คือบทเรียนครั้งใหญ่ที่เราต้องปรับตัวจาก "เน้นปริมาณ" ไปเป็น "เน้นคุณค่า" (Value-added)
Positioning ต้องชัด: ถ้าแข่งเรื่องราคาเราแพ้เวียดนามแน่นอน แต่ถ้าแข่งเรื่อง “รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์” และ “ความปลอดภัยระดับพรีเมียม” ทุเรียนไทยยังคงมีฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่น
Digital Traceability: การทำระบบตรวจสอบย้อนกลับ (QR Code) ถึงต้น เพื่อยืนยันว่านี่คือทุเรียนคุณภาพจากแหล่งกำเนิดจริง ไม่ใช่ทุเรียนสวมสิทธิ์ ซึ่งอาจจะยังไม่มี ก็ฝากถึงภาครัฐให้เริ่มมองจุดนี้อย่างจริงจัง เพราะเพื่อนบ้านเค้าวิ่งแล้วไม่ใช่แค่เดินก่อน

Insight จากสวนอิ่มสุข: > ในปี 2026 ทุเรียนจะไม่ใช่แค่ผลไม้ที่ซื้อไปกินเพื่ออิ่ม แต่มันคือ "สินค้าเชิงประสบการณ์" เหมือนกับไวน์ชั้นเลิศ ชาวสวนที่รอดคือชาวสวนที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า "ทุเรียนของฉันอร่อยและปลอดภัยกว่าคู่แข่งอย่างไร" ไม่ใช่แค่ขายถูกกว่า

การคัดคุณภาพทุเรียนของสวนอิ่มสุข เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าในสถานการณ์นี้ด้วยไหม..?
เราไม่จำเป็นต้องแข่ง ถ้าเราทำคุณภาพ ไม่ใช่เรื่องของราคา

ในสนามการค้าปี 2026 นี้ การลงไปแข่งเรื่อง "ราคา" กับคู่แข่งที่มีต้นทุนต่ำกว่าและพรมแดนติดจีนมากกว่าอย่างเวียดนาม คือกลยุทธ์ที่เสี่ยงต่อการขาดทุนสูงมาก

แต่ถ้าเราเปลี่ยนมาใช้กลยุทธ์ Brand Positioning วางตำแหน่งทุเรียนไทยให้เป็น "ทุเรียนเกรดพรีเมียม" ที่เน้นคุณภาพเหนือราคา เราจะสร้างความแตกต่างที่คู่แข่งทำตามได้ยากทันที

สวนอิ่มสุขจันทบุรี ขอวิเคราะห์เจาะลึก 4 จุดแข็งที่ทุเรียนไทย "มีดีกว่า" และเป็นอาวุธสำคัญที่ไม่ต้องลงไปเหนื่อยในสงครามราคาครับ..

1. ความเชื่อมั่นและมาตรฐานที่สะสมมานาน (Trust & Reliability)
ในโลกการตลาด "ความน่าเชื่อถือ" (Trust) คือสิ่งที่ต้องใช้เวลาสร้าง และทุเรียนไทยมีสิ่งนี้เหนือกว่าใครในตลาดจีน
มาตรฐานการส่งออกที่เข้มงวด: ไทยมีระบบการจัดการคุณภาพ (GAP/GMP) ที่ฝังรากลึกมานาน ทำให้ลูกค้าจีนจดจำว่า "ทุเรียนไทยคือมาตรฐานทองคำ" แม้ว่าจะยังไม่ดี 100% แต่ก็เชื่อว่า มันต้องดีขึ้น

การลดความกลัว (Fear): หัวใจสำคัญของการปิดการขายคือการลดความกังวลว่าซื้อไปแล้วจะเจอทุเรียนอ่อนหรือคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งระบบการตรวจสอบและรหัสสวนของไทยทำหน้าที่นี้ได้ดีกว่าคู่แข่งที่เพิ่งเข้าตลาดมาไม่นาน

2. รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และ Value Proposition ที่ชัดเจน
ทุเรียนไทยไม่ได้ขายแค่ "ผลไม้" แต่เราขาย "ประสบการณ์ความอร่อย" ที่เป็นเอกลักษณ์ (Unique Selling Point)

รสชาติที่ซับซ้อน (Sophisticated Taste): ทุเรียนหมอนทองของไทยมีเนื้อสัมผัสและรสชาติที่เป็น "Standard of Excellence" ซึ่งทุเรียนจากแหล่งอื่นยังทำเลียนแบบได้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์

Emotional Benefit: สำหรับคนจีนบางกลุ่ม การกินทุเรียนไทยคือการบ่งบอกรสนิยมและฐานะ (คล้ายกับการโชว์แบรนด์เนมในอดีต) ซึ่งเป็นคุณค่าทางอารมณ์ที่ทำให้เขายอมจ่ายแพงกว่า
3. การเล่าเรื่องราวแบบมนุษย์ทำ (Human Made & Authentic Storytelling)
เทรนด์ปี 2026 ผู้บริโภคเริ่มเบื่อสิ่งที่ดูเป็นอุตสาหกรรมเกินไปและหันมาหาของแท้ Authentic

ศาสตร์และศิลป์ของชาวสวน: การดูแลทุเรียนไทยมีเรื่องราวของ "ฝีมือมนุษย์" (Human Made) ตั้งแต่การโยนทุเรียน การเคาะฟังเสียง ซึ่งคู่แข่งที่เน้นทำในเชิงปริมาณ (Mass Production) เล่าเรื่องแบบนี้ได้ยากกว่า

Storytelling: การบอกเล่าว่าทุเรียนลูกนี้มาจากต้นที่มีอายุหลายสิบปีในจังหวัดจันทบุรี คือการสร้างมูลค่าเพิ่มที่ทำให้สินค้าดูมีจิตวิญญาณ

วิเคราะห์เพิ่มเติม: ทำไมคุณภาพถึงชนะราคาได้เสมอ?
หากเรานำเฟรมเวิร์ก Customer Lifetime Value (CLV) มาจับ เราจะพบว่าลูกค้าที่เน้นราคา (Price Sensitive) มักจะไม่มีความภักดีต่อแบรนด์ พร้อมจะเปลี่ยนใจทันทีที่มีคนเสนอราคาถูกกว่า

แต่ลูกค้าที่เลือกซื้อเพราะ "คุณภาพ" คือกลุ่มที่จะสร้างกำไรให้เราในระยะยาว:การซื้อซ้ำ (Repeat Purchase): เมื่อกินแล้วอร่อยจริง เขาจะกลับมาซื้อใหม่โดยไม่เกี่ยงราคา

การบอกต่อ (Referral): ความประทับใจในคุณภาพจะถูกส่งต่อปากต่อปาก ซึ่งทรงพลังกว่าโฆษณาใดๆ

ความคุ้มค่า (Value for Money): แม้ราคาจะสูง (High Price) แต่ถ้าคุณภาพถึง (High Quality) ลูกค้าจะรู้สึกว่า "คุ้มค่า" (Value) และยอมจ่าย

มุมมองจากสวนอิ่มสุข: > "ของถูก" หาที่ไหนก็ได้ แต่ "ของดีที่ไว้ใจได้" มีแค่ไม่กี่ที่ครับ หน้าที่ของเราคือทำให้ลูกค้าเห็นว่า ทุเรียนไทยคือการลงทุนในความสุข ที่คุ้มค่าที่สุดของเขา

สำหรับเพื่อนๆ ชาวสวน ในปี 2026 นี้ "คุณภาพ" แบบไหนที่พี่น้องคิดว่าลูกค้าต้องการมากที่สุดครับ? (เช่น เนื้อแห้งไม่ติดมือ, กลิ่นไม่แรง, หรือความสุกที่พอดีร้อยเปอร์เซ็นต์)

การสื่อสารถือเป็น "หัวใจสำคัญ" (Core Mindset) ของการอยู่รอดในวิกฤตครั้งนี้เลยครับ การมัวแต่ตั้งรับหรือกลัวคู่แข่งจะทำให้เราหมดพลัง แต่การกลับมาโฟกัสที่การยกระดับตัวเองคือทางออกที่ยั่งยืนที่สุด

4. เปลี่ยน "ความกลัว" เป็น "พลัง" : ถึงเวลา Set Zero มาตรฐานทุเรียนไทยใหม่
สิ่งที่สวนอิ่มสุขจันทบุรี อยากสื่อสารกับพี่น้องชาวสวนทุเรียนไทยมากที่สุดในนาทีนี้ คือ "ตั้งสติ และหยุดกลัว" ครับ

ความกลัวว่าเราจะแพ้ด้านราคา หรือกลัวว่าเวียดนามจะตีตลาดแตก จะทำให้เราเสียศูนย์และพยายามลดต้นทุนจนคุณภาพเสีย หรือพยายามเร่งตัดจนได้ทุเรียนอ่อน ซึ่งนั่นคือการฆ่าตัวตายทางอ้อม แทนที่จะมองออกไปข้างนอกแล้วกังวล ถึงเวลาที่เราต้อง "กลับมามองข้างใน" และปฏิวัติสวนของเราเอง:

เลิกแข่งกับเขา แต่จงแข่งกับ "เมื่อวาน" ของเราเอง: ถ้ามัวแต่เอาเวลาไปจับตาดูลูกค้าวิ่งไปหาของถูก เราจะหมดแรงเปล่า แต่ถ้าเอาเวลานั้นมาพัฒนาสวนให้ดีขึ้นวันละ 1% เช่น การแต่งลูกที่ประณีตขึ้น การให้ปุ๋ยที่แม่นยำขึ้น ผลลัพธ์ระยะยาวจะต่างกันมหาศาล

สร้าง "New Standard" ที่เหนือกว่า GAP: มาตรฐาน GAP หรือ GMP คือ "พื้นฐานที่ต้องมี" (Baseline) แต่ในปี 2026 มันไม่เพียงพอที่จะสร้างความโดดเด่นแล้ว เราต้องสร้างมาตรฐานของตัวเองที่สูงกว่าเดิม เช่น

ความสม่ำเสมอ (Consistency): ทุกลูกที่ออกจากสวนต้องรสชาติเหมือนกัน ไม่ใช่ลูกนี้อร่อย ลูกนั้นจืด
Zero Defect: การคัดทิ้งคือการลงทุน ต้องกล้าคัดลูกที่ไม่สมบูรณ์แบบออก เพื่อรักษาชื่อเสียงระยะยาว

คุณภาพคือ "ทางรอดเดียว" ไม่ใช่ทางเลือก: ในวันที่ตลาดมีตัวเลือกมากมาย ลูกค้าจะยอมควักเงินจ่ายราคาสูงให้กับ "สิ่งที่ดีที่สุด" เท่านั้น ทุเรียนเกรด B หรือ C จะถูกทุเรียนเพื่อนบ้านตีตายหมด แต่ทุเรียนเกรด Premium A+ ที่หากินที่อื่นไม่ได้ จะยังมีที่ยืนเสมอ

Insight จากสวนอิ่มสุขจันทบุรี : > ความกลัวทำให้เราตัวเล็กลงและต้องคอยเล่นตามเกมคนอื่น แต่ "การโฟกัสที่การสร้างคุณภาพสูงสุด" จะทำให้เรากลับมาเป็นผู้กำหนดเกมเอง

เลิกถามว่า "จะสู้ราคากับเขายังไง" แต่จงตั้งคำถามใหม่ว่า "ทำยังไงให้ทุเรียนลูกนี้ เป็นทุเรียนที่ดีที่สุดในชีวิตการเป็นชาวสวนของฉัน" ถ้าทำได้ถึงจุดนั้น ลูกค้าจะวิ่งตามหาเราเองโดยไม่ต้องร้องขอครับ

จบล๊ะ……….. ยาวมากนะครับ หวังว่าบทความนี้ จะสร้างพลังบวกให้กับเพื่อนๆนะครับ สู้ๆ

#ทุเรียนไทย #สวนอิ่มสุขจันทบุรี #ทุเรียนพรีเมียม #คุณภาพนำราคา ุเรียนไทย #ทุเรียนจันทบุรี #วิกฤตทุเรียน2026 #ทุเรียนเวียดนาม #การตลาดเกษตร #ทุเรียนจันท์

เงียบๆ แต่เดือดปุดๆ! รู้ไหมว่าตอนนี้ "หลังม่าน" สวนผลไม้ตะวันออก กำลังอยู่ในช่วงชี้ชะตาของปี 2026? หลายคนอาจรอกินผลไม้อย...
19/01/2026

เงียบๆ แต่เดือดปุดๆ! รู้ไหมว่าตอนนี้ "หลังม่าน" สวนผลไม้ตะวันออก กำลังอยู่ในช่วงชี้ชะตาของปี 2026? หลายคนอาจรอกินผลไม้อย่างใจจดใจจ่อ แต่สำหรับชาวสวนจันทบุรี ช่วงเดือนมกราคมนี้คือ "นาทีทอง" ที่พลาดไม่ได้แม้แต่วันเดียว..

สวนอิ่มสุขจันทบุรี พาไปดูสถานการณ์จริงหน้าสวน (ตามภาพปกที่เห็นเลยครับ) ว่าทำไมช่วงเวลานี้ถึงสำคัญที่สุด ก่อนที่ผลผลิตลอตใหญ่จะออกสู่ตลาด..
1. ทุเรียน: อยู่ในช่วง "ลุ้นระทึก" ของการติดผล ขณะนี้ (ม.ค. 2026) สวนส่วนใหญ่ในภาคตะวันออก ทุเรียนกำลังอยู่ในระยะที่เรียกว่า "ดอกบาน" และ "หางแย้" (ผลขนาดเล็กเพิ่งเริ่มติด) ครับ ความเสี่ยงสูงสุด: เป็นช่วงที่ทุเรียนอ่อนไหวที่สุด ถ้าเจอฝนหลงฤดู หรืออากาศเปลี่ยนกะทันหัน ดอกอาจร่วง หรือ "สลัดลูก" ทิ้งได้ง่ายๆ ภารกิจชาวสวน: ตอนนี้ต้องประคบประหงมเรื่องน้ำสุดๆ ครับ ต้องให้น้ำพอดีเป๊ะๆ เพื่อเลี้ยงลูกไฟ และต้องคอยช่วยผสมเกียร์เพื่อให้ติดผลทรงสวย
2. มังคุด: ราชินีผู้เอาใจยาก กำลัง "สะสมอาหาร" สำหรับมังคุด สถานการณ์จะช้ากว่าทุเรียนเล็กน้อยครับ ส่วนใหญ่กำลังอยู่ในช่วง "เตรียมออกดอก" หรือเพิ่งเริ่มเห็นตุ่มดอกเล็กๆ (ตามภาพต้นทางขวา) ความท้าทาย: มังคุดต้องการ "ความแห้งแล้ง" หรือการอดน้ำ (ภาษาชาวสวนเรียกว่า "ทำโศก") เพื่อกระตุ้นให้ออกดอก ถ้าเผลอให้น้ำเร็วไป แทนที่จะได้ดอก อาจจะได้ "ใบอ่อน" มาแทน ซึ่งหมายถึงปีนั้นอาจจะอดได้ผลผลิตเลยทีเดียว
3. บรรยากาศในสวน: "ไม่ได้ว่าง" อย่างที่คิด ภาพที่เห็นชาวสวนเดินถือสมุดจด หรือยืนมองต้นไม้ ไม่ใช่การเดินเล่นนะครับ แต่คือการ Monitor อย่างเข้มข้น เราต้องดูพยากรณ์อากาศวันต่อวัน เพื่อวางแผนการเปิด-ปิดสปริงเกอร์ วางแผนการใส่ปุ๋ยบำรุงดอก เพราะคุณภาพของผลไม้เดือนเมษาฯ-พฤษภาฯ ถูกกำหนดด้วยการกระทำในเดือนมกราฯ นี้แหละครับ

💡 Insight จากสวนอิ่มสุข : อากาศหนาวคือข่าวดี? ช่วงนี้อากาศเมืองจันท์ยังมีความเย็นในตอนเช้า (Cool Spell) ซึ่งถือเป็น "สัญญาณที่ดีมาก" สำหรับการติดดอกออกผลของไม้ผลเมืองร้อนครับ หากอากาศยังเป็นใจแบบนี้ ไม่ร้อนจัดหรือฝนตกหนักแทรก แฟนคลับทุเรียนมังคุด เตรียมตัวรอรับประทานผลไม้คุณภาพดี รสชาติเข้มข้นได้เลยครับ เห็นเบื้องหลังความใส่ใจแบบนี้แล้ว ปีนี้ใครตั้งตารอผลไม้อะไรจากสวนอิ่มสุขกันบ้างครับ?

คอมเมนต์จองคิวในใจกันไว้ก่อนได้เลย! 👇
#สวนอิ่มสุขจันทบุรี #สถานการณ์ทุเรียน2026 #มังคุดจันท์ #เบื้องหลังชาวสวน #ผลไม้ตะวันออก

22/12/2025

รายละเอียดเพิ่มเติม
ตามหมายเลขที่กำกับบนผังผสมสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช

หมายเลขที่1. อามีทราซ ผสมกับ มาเนบ, ซีเนบ และแมนโคเซบ ได้ แต่ผสมกับ ไทแรม ไม่ได้

หมายเลขที่2. คาร์บาริล ผสมกับ ไดเมโทเอต อาจเป็นพิษต่อถั่วเหลือง และมะเขือเทศได้, คาร์บาริล ผสมกับ ไดเมโทเอต หรือ มาลาไทออน อาจเป็นพิษต่อฝ้าย

หมายเลขที่3. คาร์บาริล ผสมกับ ปิโตรเลียม ออยล์ อาจเป็นพิษต่อแอปเปิ้ล

หมายเลขที่4. คาร์บาริล ผสมกับ แคปทาฟอล ทำให้ผลอ่อนมะเขือเทศเป็นจุดในช่วงฤดูร้อนหรือในช่วงมะเขือเทศขาดน้ำ

หมายเลขที่5. หลังพ่น กำมะถัน (ซัลเฟอร์ ผง) 2 สัปดาห์ จึงพ่น ไดโคฟอล ได้

หมายเลขที่6. ไดโคฟอล ผสม แคปแทน (ผง) ได้

หมายเลขที่7. อย่าผสม ไดเมโทเอต กับ ปิโตรเลียมออยล์ พ่นไม้ประดับ

หมายเลขที่8. มาลาไทออน ผสมกับ แคปแทน ในรูปผงเท่านั้น

หมายเลขที่9. หากผสม มาลาไทออน กับ ไอโพรไดโอน ควรใช้เครื่องพ่นที่มีระบบกวนในถัง และรีบพ่นทันที

หมายเลขที่10. อย่าผสม เบโนมิล กับ แคปแทน พ่นส้ม

หมายเลขที่11.​ เบโนมิล ผสมกับ มาเนบ และแมนโคเซบ ได้ แต่ไม่จำเป็นต้องผสม ไทแรม

หมายเลขที่12. ผสมสารจับใบตามอัตราที่ระบุบนฉลาก

หมายเลขที่13. ไทโอดิคาร์บ ผสมกับ คอปเปอร์ออกซี่คลอไรด์ ได้ แต่ต้องใช้ภายใน 6 ชั่วโมง

หมายเลขที่14.​ เฟนิโทรไทออน ผสม บอร์โดมิกซ์เจอร์ ได้ แต่ต้องรีบใช้ทันที

หมายเลขที่15.​ อย่าผสม ไอโพรไดโอน (สูตรน้ำ) กับ คอปเปอร์ออกซีคลอไรด์ พ่นมันฝรั่ง

หมายเลขที่16. อย่าผสมสารที่มีส่วนประกอบของทองแดง หรือคอปเปอร์ชนิดต่างๆ กับ ไทแรม

หมายเลขที่17. ฮอร์โมนพืช ที่เป็นสารประกอบ แนฟทาลีน อะซิติก, แนฟทาลีน อะซิทามีน และ ฟีน็อกซี ส่วนใหญ่ เช่น NAA สามารถผสมกับสารกำจัดแมลงและสารป้องกันกำจัดโรคพืชได้ ยกเว้นสารที่มีฤทธิ์เป็นด่างจัด หากจำเป็นต้องพ่น ควรพ่นฮอรโมนเหล่านี้แยก หรือใช้ตามคำแนะนำของผู้ผลิต

หมายเลขที่18. สารปฏิชีวนะ (สเตรปโตมัยซิน, แอกริ-สเตรป, แอกริมัยซิน) พ่นเดียวๆ มีประสิทธิภาพดีที่สุด แต่สามารถผสมกับ ไดเมโทเอต, แคปแทน และกำมะถัน (ซัลเฟอร์ ผง) ได้ แต่ห้ามผสมกับ บอร์โดมิกเจอร์ หรือสารที่มีฤทธิ์เป็นด่าง

หมายเลขที่19. ไวรัส NPV (Nuclear Polyhedrosis Virus) ผสมกับสารกำจัดแมลงได้ทุกชนิด

หมายเลขที่20. เชื้อแบคทีเรีย บีที (Bacillus thuringiensis) โดยส่วนใหญ่ผสมกับสารกำจัดแมลงและสารป้องกันกำจัดโรคพืชได้ และเมื่อผสมแล้วควรพ่นทันที แต่ห้ามผสมกับสารเหล่านี้ คือ อามีทราซ, อะซินฟอสเมทิล, แคปทาฟอล, ไดเมโทเอต, ไดโนแคป, ไอโซโปรคาร์บ, เฟนโทเอต, โฟซาโลน และบอร์โดมิกซ์เจอร์

หมายเลขที่21. สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชข้างบนนี้ เป็นชื่อสามัญทั้งหมด

หมายเลขที่22. ผังข้างบนนี้ไม่ใช่เป็นการแนะนำให้ใช้ แต่เป็นเอกสารที่รวบรวมจากแหล่งข้อมูลต่างๆ การผสมสารบางอย่างอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์และพืชได้

ข้อควรระวัง
1. การผสมสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชต่างๆ อาจแตกต่างจากผังผสมนี้ เนื่องจากสูตรผสมของสารเหล่านั้น ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต
2. อย่าผสมสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชในน้ำที่มีสภาพเป็นด่างจัด หรือสารอื่นๆ รวมถึงปุ๋ยที่เมื่อผสมน้ำแล้วมีสภาพเป็นด่าง
ข้อควรปฏิบัติในการพ่นสารกำจัดศัตรูพืช
1. อ่านฉลากกำกับโดยตลอดให้เข้าใจก่อนใช้ และต้องปฏิบัติตามคำเตือนและข้อระวังโดยเคร่งครัด
2. การผสมสารเคมีกำจัดศัตรูพืช อย่าใช้มือผสมให้ใช้ไม้กวนหรือคลุกยาให้เข้ากัน
3. ถ้าหัวฉีดอุดตันอย่าใช้ปากเป่าหรือดูด ให้ใช้ลวดเล็กๆ เขี่ยสิ่งอุดตันออกหรือเปลี่ยนหัวฉีดใหม่
4. ก่อนฉีดพ่นสารเคมีกำจัดศัตรูพืชควรแต่งตัวให้มิดชิดเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกละอองยา
5. ขณะฉีดพ่นสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ควรอยู่เหนือลม และหยุดฉีดเมื่อลมแรง
6. อย่าสูบบุหรี่หรือรับประทานอาหาร ขณะใช้วัตถุมีพิษ
7. อย่าล้างภาชนะบรรจุหรืออุปกรณ์เครื่องพ่น ลงไปทางน้ำ เช่น บ่อ คลอง ฯลฯ
8. เมื่อเสร็จสิ้นการพ่นสารกำจัดศัตรูแล้ว ให้ถอดเสื้อผ้าที่ใส่ออกซักและอาบน้ำให้สะอาด
9. หยุดฉีดพ่นสารกำจัดศัตรูตามกำหนดก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต ตามที่ระบุในฉลาก
10. ถ้ารู้สึกไม่สบาย ให้หยุดฉีดพ่นสารกำจัดศัตรูพืชทันทีและรีบไปพบแพทย์ พร้อมภาชนะบรรจุและฉลาก
11. เก็บสารกำจัดศัตรูพืชไว้ในภาชนะเดิมเท่านั้น อย่าถ่ายภาชนะโดยเด็ดขาด
12. เก็บสารกำจัดศัตรูพืชไว้ในที่ปลอดภัย ห่างจากเด็ก สัตว์เลี้ยง อาหารและเปลวไฟ
13. ภาชนะบรรจุสารกำจัดศัตรูพืชเมื่อใช้หมดแล้ว ให้ทำลายและฝังดินเสีย

ที่อยู่

แสลง
Salaeng
22000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66645624926

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สวนอิ่มสุขจันทบุรีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สวนอิ่มสุขจันทบุรี:

ทางลัด

แชร์