อะไรอยู่ในท้องเต่า

อะไรอยู่ในท้องเต่า ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก อะไรอยู่ในท้องเต่า, สัตวแพทย์, Paknam Prasae.

แททททททททททแด๊มมมมมมมมมมสวัสดีวันวาฬและโลมาโลกกกกกกกเรากลับมาแล้ววววววววววแอดมินไปดูวาฬ ที่บางแสนมาแหละเราเจอวาฬมากมายยย...
23/07/2026

แททททททททททแด๊มมมมมมมมมม

สวัสดีวันวาฬและโลมาโลกกกกกกก
เรากลับมาแล้วววววววววว
แอดมินไปดูวาฬ ที่บางแสนมาแหละ
เราเจอวาฬมากมายยยหลายตัว
แต่หนึ่งในหลายตัวนั้น แอดมินเจอ

"เจ้าบางแสน"
วาฬหลังค่อมแห่งอ่าวไทยตัวกอ
ในตอนแรกแอดมินไม่แน่ใจว่ามันคือใคร
แต่ด้วยลักษณะที่เด่นชัด ที่หลังงอ หลังค่อม
แอดมินคิดว่ามันคงมีไม่กี่ตัวในไทยนั้นแหละ
น่าจะทำการจำแนกง่ายๆ 55555
และที่สำคัญแอดมินสามารถถ่ายรูปได้หลายมุม
ทั้งปาก ครีบหลัง หาง และตำหนิที่หลังงอ
ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือ Pimary charector
หรือลักษณะเด่นที่จะไม่เปลี่ยนแปลงตามระยะเวลา

ในการทำ Photo-ID หรือการจำแนกด้วยรูปถ่าย
มีหลักการง่ายๆ คือ
การหา pimary charector หรือลักษณะเด่น
ที่จะไม่เปลี่ยนแปลงตามระยะเวลา
และ secondary charector หรือลักษณะรอง
ที่จะเปลี่ยนแปลงตามระยะเวลาแบบช้าๆ
ถ้าเป็นเปรียบเทียบกับพะยูน ก็จะเป็น
ร่องรอยที่หลัง และลักษณะครีบอกและครีบหางต่างๆ
แต่ในวาฬบรูด้านั้น เราจะใช้ตั้งแต่
รอยขอบปาก ลายบาลีน รอยในเพดานปาก
ซึ่งสามารถถ่ายรูปได้เมื่อ วาฬอ้าปากกินอาหาร
ลักษณะครีบหลัง เมื่อวาฬขึ้นหายใจ
ลักษณะครีบหาง เมื่อวาฬกำลังลงดำน้ำ
สุดท้ายตำหนิอื่นๆ เช่น หลังค่อม ของเจ้าบางแสน
ลักษณะต่างๆเหล่านี้ จะถูกใช้ประกอบกัน
เพื่อทำการระบุตัวตนของวาฬบรูด้า

เมื่อแอดมินนำรูปไปถามพี่ๆศูนย์สมุทรสาคร
ก็มีคำพูดขึ้นมาว่าาา
"เจ้าบางแสนได้กลับบ้านของมันแล้ว"
โดยพี่หมอท่านหนึ่ง

มันทำให้แอดมินจุดประกายขึ้นมาว่า
เจ้าบางแสนนี่แหละจะเป็นเรื่องเล่าของแอดมินในโพสนี้
เจ้าบางแสน ทำไมชื่อบางแสน?
ก็เพราะเจอที่บางแสน 5555555
เจ้าบางแสนถูกพบครั้งแรก วันที่ 20 กันยายน 2551
พบโดยพี่ๆ ศูนย์สมุทรสาคร
และสภาวะกระดูกสันหลังคดงอ หรือหลังค่อม
ก็เป็นสภาวะที่เจ้าบางแสนได้รับมาตั้งแต่กำเนิด
และเป็นเพียงวาฬตัวเดียวในไทยที่หลังงอแบบนี้
นอกจากนั้นครั้งแรกที่พบเจ้าบางแสน
ก็เป็นระยะที่วาฬโตเต็มวัยแล้วด้วย
เป็นน้าวาฬที่วนเวียนอยู่ในอ่าวไทยกว่า 18 ปี
ที่ถูกระบุตัวตนไว้แล้วววววววว

หลังจากนั้น วันที่ 23 กันยายน 2553
ก็พบว่าเป็นว่าเจ้าบางแสนมีแผลที่ปลายหางซ้ายครั้งแรก
ปัจจุบันแผลก็หายดีแล้ว ชมพูพิ้งงงงงง

และนี่ๆโคตรจะสำคัญ และเท่มากกก
เจ้าบางแสนเคยติด Sattellite tag ด้วย
โคตรเจ๋งงงงงงง พี่หมอสปอยว่าข้อมูลจากเจ้าบางแสน
ที่ได้รับแท็กดางเทียม เจ้าบางแสน
ว่ายน้ำจากอ่าวไทยตอนบนลงไปถึงประจวบ
ละตีกลับขึ้นมาเป็นเส้นตรงเลย

และนอกจากนั้นเจ้าบางแสน เห็นหลังงอแบบนี้
แต่ก็ยังมิวาย มีความสามารถ คือหากินได้ปกติแล้ว
ยังว่ายไล่ป่ามป้ามตัว เมียได้ด้วย 55555
เคยมีการสังเกตุพบพฤติกรรมนี้จากการสำรวจมาก่อนนนน
น่าเสียดาย พี่หมอจำชื่อคู่รักเจ้าบางแสนไม่ได้

นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งที่แอดมินได้จากการสำรวจรอบนี้
เพราะเรายังคัดรูปไม่เสร็จเลย มีแต่รูปเบลอๆ 555555
ถ้ามีเจ้าวาฬตัวไหนที่สามารถระบุตัวตนได้เพิ่มเติม
จะเอามาเล่าให้ฟังใหม่นะ (ใจแอดแอบตั้งชื่อรอไว้แล้ว เผื่อพบวาฬตัวใหม่ที่ไม่เคยตั้งชื่อมาก่อน 555555)

อย่าลืมละเจอสัตว์ทะเลหายากเกยตื้นโทร 1362

แททททททททททแด๊มมมมมมมมมมมมมมมมมมมเรากลับมาแล้วหลังจากหายไปนานจริงๆ เรามีทั้งเต่าชันสูตรพบขยะเต่าหัวค้อนมีชีวิตที่หายากใน...
22/06/2026

แททททททททททแด๊มมมมมมมมมมมมมมมมมมม

เรากลับมาแล้วหลังจากหายไปนาน
จริงๆ เรามีทั้งเต่าชันสูตรพบขยะ
เต่าหัวค้อนมีชีวิตที่หายากในภาคตะวันออก
โลมาเกยตื้นซากสดต่างๆ นาๆ
โดยรวมๆแล้วตอนนี้ที่
ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก
ที่จังหวัดระยอง มีเต่าป่วย และ เต่าเกยตื้น
รวมๆ 50 ตัว และมีเต่าทดลองอีก 30 ตัว
ถ้าเป็นโรงพยาบาลรัฐต้องเรียกว่า
เตียงล้นไปถึงหน้าประตู
ถังกะละมังใส่คนไข้หมดโรงพยาบาลแล้ว

และเต่าในรูป ก็คือ 1 ใน 50 ตัวนั้น
เจ้าฟองดู เต่าตนุตัวโต
ที่เราได้รับแจ้งโดยชาวประมงใจดี
ที่พบเจ้าฟองดู ลอยแปลกๆ ดำน้ำไม่ได้
อยู่ที่ชายทะเลร็อคการ์เด้น
โดยที่พี่หมอและน้องฝึกงาน
ต้องลงเรือไปจับกันเลยทีเดียว

แต่ความที่ตูดลอย อยู่ที่ร็อคการ์เด้น
มันทำให้แอดมินคิดถึงเต่าตัวหนึ่ง
ที่เคยบินโดรนพบที่ร็อคการ์เด้น
เมื่อปี 2568 หลังจากแอดมินนึกขึ้นได้
ก็ให้คุณหมอถ่ายรูปหลัง เมื่อมาเทียบ
ลายกระดอง เพราะรูปจากโดรน
ไม่มีมุม แก้มและเหม่ง เต่าต้องสงสัย
ที่ชัดเจนเลย มีแต่ลายกระดอง
ที่อาจจะพอเทียบได้บ้าง

และพอแอดมินไปค้นรูปจากการบินโดรนจนพบ
ก็ส่งให้คุณหมอเทียบๆดู
ก็พบว่ามันใช่อยู่น้าาาาาาาาาาา
จนแอดมินมานั่งเทียบอีกทีก็พบว่า
มันใช่จริงๆแหะ ก็คือเจ้าฟองดู
ว่ายตูดลอยมาตั้งแต่ปีที่แล้ว
ตอนนั้นแอดกับคุณหมอเห็น
ก็คิดกันแล้วว่าต้องออกเรือไปช่วยไหมมม
แต่พอตามดูก็เห็นว่าดำน้ำลงไปกินหญ้า
ใช้ชีวิตได้อยู่ เลยเฝ้าระวังการเกยตื้นแทน

ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจเลยแหะ
โดยเฉพาะ วันที่ช่วยมันขึ้นมาคือ
วันที่ 17 มิถุนายน 2569
ส่วนวันที่บินโดรนถ่ายมันได้
คือวันที่ 19 มิถุนายน 2568
หนึ่งปีพอดีเลยยยย
เจ้าฟองดูนี่ มีแหล่งอาศัยตามธรรมชาติอยู่
แหล่งหญ้าทะเลร็อคการ์เด้นนี่เองงงงง

ปล.วันนี้เจ้าฟองดูดื้อมากกกกกก
ตบสายน้ำเกลือกระจายยยย
ต่างจากวันแรกๆที่เรียบร้อยเด็กดีสุดๆ
แหมม พอมีแรงหน่อย ดื้อใส่หมอเลยนะ

อย่าลืมนะเจอสัตว์ทะเลหายากเกยตื้นโทร 1362

แททททททททแด๊มมมมมมมมมมมมมมมวันนี้… เราจะมาหาบ้านให้ “แมว”ถ้าใครใจดี อยากได้ลูกแมวเพศเมียตัวน้อยๆไฮไลต์จมูกมาเบิ้มๆ คาแร็...
29/05/2026

แททททททททแด๊มมมมมมมมมมมมมมม

วันนี้… เราจะมาหาบ้านให้ “แมว”
ถ้าใครใจดี อยากได้ลูกแมวเพศเมียตัวน้อยๆ
ไฮไลต์จมูกมาเบิ้มๆ คาแร็กเตอร์ชัดตั้งแต่เด็ก
ติดต่อมาได้เลยนะครับ
น้องกินอาหารเม็ดได้ เข้ากระบะทรายเป็นแล้ว

แต่กว่าจะมาเป็นแมวตัวนี้ได้…
เมื่อวานนี้ก็งงๆอยู่
โดยปกติแล้วแถวๆศูนย์แอด
ไม่ค่อยมีแมว เมื่อเทียบกับจำนวนหมา
ที่โคตรจะเยอะ
แต่อยู่ๆ ในไลน์กลุ่มที่ทำงานก็เด้งขึ้นมาว่า
“มีแมวติดอยู่ในถังน้ำ กำลังไปช่วย”

ตอนแรกเราก็คิดว่า น่าจะง่าย แหละ
แค่จับออกจากถัง ชิลๆ
จนคุณหมอส่งรูปมา
โอ๊ยยยยยยย ไม่ชิลแล้ววววววว

เพราะนอกจากติด
หัวน้องดัน “คา” อยู่ตรงปากถังพอดี
ตามรูปที่ 1

เราก็รีบวิ่งลงไปดู
ภาพหน้างานคือมีพี่ช่างกำลังช่วยอยู่ก่อนแล้ว
พร้อมคุณหมอและน้องๆฝึกงาน
แล้วมันติดแบบพอดีเป๊ะ
คือกระโหลกน้องมันพอดีรูมาก แต่ที่คอหลวมๆ
จนไม่มีใครกล้าดึงย้อนกลับ

แต่ยังโชคดี
ตรงที่ปากถังเป็นเกลียวหมุนออกได้
พี่ช่างเลยค่อยๆ หมุนเกลียวออก
เพื่อให้ตัวน้องหลุดออกมาจากถัง
แต่ปัญหาคือ
ยังเหลือ “ปลอกเกลียว” ติดอยู่ที่คอ

ตอนนั้นทุกคนช่วยกันหมด
ทั้งสบู่ ทั้งอะไรลื่นๆ
พยายามดึงหัวน้องออก
แต่มันแน่นเกินไปจริงๆ

สุดท้าย
พี่ช่างตัดสินใจ “ตัด”
และน้องแมวก็หลุดออกมาได้อย่างปลอดภัย

หลังจากนั้นคุณหมอ กับน้องฝึกงานสิบกว่าชีวิต
ก็ช่วยกันอาบน้ำ ตรวจร่างกายเบื้องต้น

โชคดีมากที่ไม่มีบาดแผลอะไรหนัก
มีแค่อ่อนแรง เพราะติดอยู่นาน
ทั้งร้อง ทั้งดิ้นอยู่คนเดียว
ตอนนี้น้องปลอดภัยแล้วครับ
และกำลังรอบ้านใหม่อยู่ 555555

อย่าลืมนะเจอสัตว์ทะเลหายากเกยตื้นโทร 1362

แททททททททททแด๊มมมมมมมถ้าใครติดตามเรื่องราวของการสำรวจพะยูนและการบินสำรวจพะยูนด้วยเครื่องบินในประเทศไทยคงไม่มีใครไม่รู้จั...
10/05/2026

แททททททททททแด๊มมมมมมม

ถ้าใครติดตามเรื่องราวของการสำรวจพะยูน
และการบินสำรวจพะยูนด้วยเครื่องบินในประเทศไทย
คงไม่มีใครไม่รู้จักคุณเอ็ด และมิสดิปปี้เครื่องบินสีเหลืองสดใส
ที่บินสำรวจพะยูน และสัตว์ทะเลหายากทั้งหลาย
มาครบทั่วประเทศไทย ตลอดประมาณ 20 ปีที่ผ่านมา

เมื่อคืนนี้ผู้คนในวงการทะเลทั้งหลายต้องได้รับข่าว
Rest In Peace Khun Ed krub

แม้ว่าเจ้าหน้าที่ในภาคตะวันออกจะเป็นกลุ่มคนในรุ่นใหม่ๆ
ที่จะได้สัมผัสกับการทำงานกับคุณเอ็ดเพียงช่วง 2 ปีหลังๆ
(แอดหมอรู้จักกับคุณเอ็ดตั้งแต่ปีแรกที่ทำงานเลยเกือบ 8 ปี)
แต่เรื่องราวคุณเอ็ดก็เป็นเรื่องเล่าที่ไม่ว่าเจ้าหน้าที่รุ่นไหน
ก็ต้องรับรู้ว่า มีอาสาสมัครท่านหนึ่งที่ใช้ความสามารถ
ของการเป็นนักบิน และใช้เครื่องบินของตัวเอง
ในการสนับสนุนในการสำรวจสัตว์ทะเลหายาก
โดยเฉพาะพะยูนมานานประมาณ 20 ปี ทั่วประเทศไทย

ปลายปีที่ผ่านมาเราก็พึ่งได้ร่วมงานกับคุณเอ็ด
เพื่อสำรวจพะยูนและโลมาในภาคตะวันออก
ในช่วงวันหลังๆของการสำรวจ เราก็พูดคุยกับคุณเอ็ด
และได้สอบถามว่า "เมื่อไหร่คุณเอ็ดจะเกษียณครับ"
(เพราะแกเคยบอกว่าจะเกษียณมาหลายปีละ
แต่ก็กลับมาช่วยสนับสนุนการสำรวจเสมอ)
คุณเอ็ดตอบเราว่า "จนกว่าหมอจะไม่อนุญาต"
(แบบติดตลกนิดๆ)
มันทำให้เรากล่าวไว้ก่อนจากกันว่า "ปีหน้าเราจะพบกันใหม่"

คำพูดของคุณเอ็ดนั้น ทำให้คุณหมอพูดขึ้นมาระหว่างทาง
ที่เราทั้ง 2 ได้รับข่าวว่า
"แล้วคุณเอ็ดก็มาสำรวจจนไม่เคยเกษียณ"
ซึ่งมันหมายความว่าสำหรับพวกเราแล้ว(ขอลอกคำของผช.)
"คุณเอ็ดคือนักอนุรักษ์ตัวจริงเสียงจริง"
โดยการลงมือทำ ทำ และทำ
ตลอดระยะเวลาประมาณ 20 ปีที่ผ่านมา
ที่เป็นหลักฐานยืนยันอย่างชัดเจนว่าคุณเอ็ด
ทุ่มเท และเสียสละให้กับการสำรวจสัตว์ทะเลหายาก
ด้วยเครื่องบินมาอย่างสม่ำเสมอ
เป็นเหมือนญาติผู้ใหญ่ในวงการสำรวจ ที่น่ารักมากก
รอยยิ้มของ คุณเอ็ดและมิสดิปปี้สีเหลืองสดใส
จะอยู่ในใจเราตลอดไปปป

อย่าลืมนะเจอสัตว์ทะเลหายากเกยตื้นโทร 1362

แทททททททททททแด๊มมมมมมมมมมมมมมมเรากลับมาแล้ว มาพร้อมความสร้อยเศร้าเหงาหงอยเพราะฤดูฝนกำลังจะมา เท่ากับว่าการสำรวจก็กำลังจะ...
05/05/2026

แทททททททททททแด๊มมมมมมมมมมมมมมม

เรากลับมาแล้ว มาพร้อมความสร้อยเศร้าเหงาหงอย
เพราะฤดูฝนกำลังจะมา เท่ากับว่าการสำรวจก็กำลังจะจากไป
ซึ่งรู้สึกว่ายังสำรวจไม่ได้ดั่งใจเท่าไหร่
โดยเฉพาะกับพวกโลมาต่างๆ 555555555555

แต่วันนี้ที่แอดมินจะมานำเสนอ ก็จะเป็นเรื่องที่บังเอิญไปเจอมา
ระหว่างการที่พยายามทำฐานข้อมูลต่างๆ เก็บไว้ใช้งาน

ถ้าแอดมินบอกว่า "ดีใจจังที่จังหวัดชลบุรีเต่าทะเลเกยตื้นเยอะ"
แหม่ตั้งหัวข้อแบบคลิกเบทมาเลย 5555555555
ทุกคนน่าจะสาปแช่ง (เกยเยอะดียังไงก่อนนน)
แต่แอดก็มีข้อมูลรองรับนะว่า
ทำไมการที่จังหวัดชลบุรี เต่าทะเลเกยตื้นเยอะ
ยังพอมีเศษเสี้ยวสิ่งดีๆอยู่

หลังจากนี้แอดมินจะอธิบายใต้ภาพไปเรื่อยๆนะ
ที่สำคัญสิ่งนี่ยังเป็นเพียงข้อสังเกตุ จากการนั่งจ้องข้อมูลที่แอดมี
ยังไม่ใช่ความจริงที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้ว

อย่าลืมนะเจอสัตว์ทะเลหายากเกยตื้นโทร 1362

27/04/2026

แทททททททแด๊มมมมมมมมมมมมม

วันนี้แอดมีแคมเปญน่าสนใจของ
WildAid Thailand ช่วยสัตว์ป่า
มาเล่าให้ฟังงง

ถ้าใครอยู่ในวงการทะเล น่าจะต้องเคยเห็นผ่านๆตามาบ้างว่า
มีกลุ่มคนที่รวมผู้คนจากหลายๆแหล่ง นั้นกำลังทำโปรเจค
Spot the Leopard Shark - Thailand
ที่เกี่ยวกับการปล่อยฉลามเสือดาว แต่ที่แอดมินชอบก็คือ
เขาไม่ได้แค่ปล่อย แล้วจบกัน ถ่ายรูป แบบ... หยอกๆ

แต่ แต่!!
ด้วยความร่วมมือกับหลายๆทีมงานในการทำโปรเจคนี้
มันมีการติดตามฉลามเสือดาว ที่เขาปล่อยด้วย
ความเจ๋งมันคือ ตรงนี้แหละ

และแอดมินก็เคยไปร่วมในเศษเสี้ยวเล็กๆในโปรเจคนี้
คือการไปอบรม 55555
https://www.facebook.com/share/p/1Dy79jG83x/

ซึ่งการติดแท็กฉลามเนี่ย
มันไม่ได้ง่ายแบบสัตว์ที่ใช้ปอดในการหายใจ
นึกภาพ เต่าทะเล โลมา วาฬ พะยูน ที่มันหายใจด้วยปอด
ไม่ว่ามันจะกลั้นหายใจได้ดีขนาดไหน เก่งนานขนาดไหน
สุดท้ายมันจะต้องขึ้นมาบนผิวน้ำ เพื่อขึ้นมาหายใจ
และจังหวะนี้แหละ ที่แท็กที่ติดอยู่กับสัตว์ จะส่งสัญญาณ
มายังเราๆ มันเลยไม่ค่อยมีปัญหามากในการส่งสัญญาณ
แต่ไปมีปัญหาเรื่องการติดแท็กแทน 555
เช่นในเต่า ติดแท็กที่หลัง
โลมา วาฬ อาจจะมีสมอแท็ก ติดผิวหนังหนาๆของมัน
พะยูน เป็นแท็กห่วงๆ ติดที่ข้อหาง เป็นต้น

แต่ฉลามล่ะ ที่มันหายใจด้วยเหงือก
มันไม่จำเป็นต้องขึ้นมาหายใจที่ผิวน้ำ
การขึ้นมาที่ผิวน้ำเป็นพฤติกรรมที่คาดเดายาก
รวมไปถึงฉลามแต่ละชนิดก็มีนิสัยแตกต่างกัน
เช่น ฉลามวาฬ กับฉลามเสือดาว ก็แตกต่างกันแล้ว
ลองนึกภาพแล้วดูตำแหน่งเหงือกดู
ฉลามวาฬมีโอกาสขึ้นมาผิวน้ำมากกว่า
การติดแท็กฉลามวาฬจึงนิยม
ติดแท็กแบบที่คล้ายๆ โลมา วาฬ

ส่วนฉลามเสือดาวนั้น
การติดแท็กจึงทำการติดตั้ง
เครื่องส่งสัญญาณไว้ในท้องฉลาม
แล้วก็ต้องติดตั้งเครื่องรับสัญญาณ ไว้ตามจุดต่างๆ
ที่คาดว่าฉลามน่าจะไป หรือผ่านไป
เท่ากับว่า ต้องใช้งบประมาณมหาศาล มากๆ
และงานยิบย่อยๆ เยอะมาก เช่นกัน
ลองนึกภาพดู ในพื้นที่หนึ่งมันมีกี่ แนวปะการัง กี่เกาะ
เครื่องรับสัญญาณต้องกี่ตัว ถึงจะได้ข้อมูลที่มากพอ
ที่ฉลามเสือดาวตัวนั้นจะว่ายน้ำเข้ามาใช้พื้นที่
แนวปะการังที่มีเครื่องรับสัญญาณ

พออ่านมาถึงต้องนี้เริ่มรู้สึกเจ๋งบ้างยังงง 55555
เราก็เลยมาขาย แคมเปญ และเชิญชวนให้ทุกคน
ร่วมเป็น “Team Shark” ได้ง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน
เพียงไม่กินหูฉลาม ไม่สั่งเมนูจากฉลาม
และไม่สนับสนุน ผลิตภัณฑ์จากฉลาม
เพื่อร่วมกันสร้างบรรทัดฐานใหม่ของสังคมว่า
การบริโภคฉลามอาจไม่ใช่พฤติกรรมที่คนส่วนใหญ่
ในสังคมให้การยอมรับ และอาจส่งผลกระทบต่อ
ความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล

ทำไมละ?

ฉลามมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ล่าที่อยู่ในลำดับต้น ๆ
ของห่วงโซ่อาหาร พวกมันช่วยควบคุมประชากร
สัตว์น้ำอื่น ๆ ไม่ให้มีมากหรือน้อยเกินไป
เพื่อรักษาความสมดุลของระบบนิเวศทะเล
และส่งเสริมความ หลากหลายทางชีวภาพโดยรวม
แต่ปัจจุบัน 1 ใน 3 ของชนิดพันธุ์ปลาฉลาม
และกระเบนทั่วโลก ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์
จากการทำประมงมากเกินขนาด
เพราะความต้องการนำทุกชิ้นส่วน ไปบริโภค

การใช้ประโยชน์จากฉลามในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ
ไม่ได้จำกัดเพียงการบริโภคหูฉลามเท่านั้น
แต่ยังรวมถึงการนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ
เช่น ขนมสัตว์เลี้ยง ซึ่งทำให้การใช้ชีวิต
และการบริโภคของผู้คนในปัจจุบันอาจเกี่ยวข้องกับ
การใช้ทรัพยากรจากฉลามโดยที่เราไม่รู้ตัว

ย้ำงานฉลองไม่ว่ากับใคร โอกาสไหน
ไม่ต้องมีเมนูฉลามอีกต่อไปแล้ว
ชวนทุกคนร่วมเป็น “Team Shark”
ได้ง่าย ๆ เพียงไม่กินหูฉลาม
ไม่สั่งเมนูจากฉลามและไม่สนับสนุน ผลิตภัณฑ์จากฉลาม
เพราะการปกป้องฉลาม คือการปกป้องระบบนิเวศทางทะเล

#ฉลองไม่ฉลาม
อย่าลืมนะเจอสัตว์ทะเลหายากโทร 1362

แททททททททททแด๊มมมมมมฮัลโหลลลเราชื่อ Elara (เอลาร่า) หรืออีหล่า (ชื่อไทยให้เรียกสั้นๆ) เราคือเต่ากระตัวหนึ่ง ที่มีพื้นที่...
17/04/2026

แททททททททททแด๊มมมมมม

ฮัลโหลลลเราชื่อ Elara (เอลาร่า)
หรืออีหล่า (ชื่อไทยให้เรียกสั้นๆ)
เราคือเต่ากระตัวหนึ่ง
ที่มีพื้นที่อาศัยอยู่บริเวณเกาะครก(อีกแล้ว)
และเรือหลวงกุด 2 แหล่งดำน้ำในพื้นที่หมู่เกาะล้าน

ทำไมเต่ากระตัวนี้ถึงมีชื่อ(อีกแล้ว)
ใช่เลยยยยย!!
นี่คือผลงาน(อีกแล้ว)ของ เต่าทะเลอ่าวไทย - Tao Talay Aow Thai
ผลลัพธ์ของ citizen science
หรือวิทยาศาสตร์พลเมือง
ที่เกิดจากใครก็ตามที่ไปดำน้ำ
แล้วถ่ายรูปหน้าของเต่าทะเล มาแบ่งปันกัน
แล้วหนึ่งในผู้ดูแล ก็จะนำรูปเหล่านั้นมาเปรียบเทียบ
ลายที่แก้มและหัวเหม่งของเต่าแต่ละตัว
https://www.facebook.com/share/18E8GsnMbr/
ด้วยวิธีการดังโพสต์นี้
และกำหนดชื่อไว้ เพื่อทำสถิติการพบเจอของเต่าทะเล

ข้อมูลจาก เต่าทะเลอ่าวไทย บอกไว้ว่า
อีหล่าถูกพบครั้งแรกตั้งแต่ปี 2564 ที่เกาะครก
และพบตลอดเรื่อยมากว่า 20 ครั้ง ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา
โดยถูกพบไปมาระหว่างบริเวณเกาะครกและเรือหลวงกุด
จนวันที่ 12 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา
อีหล่าถูกพบอีกครั้ง แต่ครั้งนี้!!
พบว่า มีร่องรอยที่แตกของกระดอง
โดยทีมเครือข่ายนักดำน้ำ
Thai Ocean Academy : เรียนดำน้ำ อุปกรณ์ดำน้ำ
แจ้งเข้ามายังพวกเราศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก
ทีมหมอๆก็เลยประสานพี่ๆ
Thai Ocean Academy Pattaya I Scuba Dive Pattaya
ซึ่งก็คือทีมเดียวกันกับที่ช่วย มนสา
เต่ากระจากเกาะครกที่มีเบ็ดติดอยู่
เมื่อเดือนก่อนนั่นเองงงงงงง
ซึ่งพี่ๆทีมนี้ก็สามารถไปจับอีหล่าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
(จริงๆแค่หาตัวก็ยากแล้ว)
เพียงระยะเวลาไม่เกินครึ่งวัน
เพื่อนำขึ้นมารักษาการแตกของกระดอง
ขอบคุณมากมากครับบบบบบบ
นอกจากนี้ยังต้องขอบคุณพี่ๆ
เจ้าหน้าที่ท่าเรือเกาะล้าน แหลมบาลีฮาย
ที่อำนวยความสะดวกเรื่องที่จอดรถ
เพราะวันที่ 13 เมษายนคือวันสงกรานต์
นักท่องเที่ยงต่างชาตินับพันคนมารวมตัวกันที่ท่าเรือ
รถติดมากกกกกกก ที่จอดก็ไม่มี
ถ้าไม่ได้พี่ๆเหล่านี้ การส่งอีหล่าก็คงจะต้องล่าช้าอีกแน่
กว่าที่จะเดินทางมาถึงมือหมอได้

กลับมาที่อีหล่า เมื่อเดินมาถึงศูนย์ช่วยชีวิต
ก็ถูกจับตรวจร่างกาย
อีหล่าไม่มีไมโครชิพแบบมนสา
แสดงว่าเป็นเต่าธรรมชาติแบบไม่เคยผ่านโรงพยาบาลมาก่อน 55555
แม้อีหล่าจะยังสามารถว่ายน้ำและดำน้ำได้ดี
ดีดดิ้นตลอดการเดินทาง รถโยกเลยทีเดียววว
แต่แผลรอยแตก ที่ค่อนข้างกว้างขนาด 21x23 เซนติเมตร
นั้นก็ค่อนข้างอันตรายและมีขนาดใหญ่
และถือว่าโชคดีที่รอยแตกมีแค่บริเวณกระดองส่วนท้ายด้านขวา
ไม่ได้โดนตรงกลางตัวหรือส่วนอื่นๆ
ที่จะทำให้โดนปอดเต็มๆ
แต่บริเวณกระดองส่วนท้ายด้านขวา
นี้ก็เสี่ยงกับการบาดเจ็บของไตด้านขวาแทน...
และการแตกก็ไม่กระทบกับกระดูกสันหลัง
ขาและใบพายว่ายน้ำยังใช้ได้ดี

และที่น่ากังวลก็คือ ทีมหมอๆพบว่า
ปอดทั้งสองข้างมีสีขาวขุ่นกว่าปกติ
นั้นหมายถึงว่ามีอักเสบของเนื้อเยื่อปอด
ทีมหมอๆก็เลยให้ยาแก้อักเสบ ยาปฏิชีวนะ
และเลเซอร์ ทุกขนานนน มากมายย
เพื่อลดการอักเสบและการติดเชื้อของบาดแผลและปอด
ซึ่งอาจจะเกิดจากการตกใจแล้วสำลักน้ำตอนโดนชนกระดองแตก

สุดท้ายทีมหมอๆทำการวางแผนว่า
จะขยับกระดองที่แตกให้เข้ารูปและแน่นมากขึ้น
เพื่อที่ให้การฟื้นฟูเป็นไปได้ง่ายขึ้น
และเมื่ออีหล่าาาฟื้นฟูร่างกายแล้วกระดองจะได้ไม่เบี้ยวผิดรูปมากนัก
ทีมหมอจะทำการรักษาต่อไปเรื่อยๆจนกว่าอีหล่าจะหายดี
และได้กลับไปสู่แนวปะการังเกาะครกอีกครั้งหนึ่งงงง

แต่ความลำบากในรักษาอีหล่านี่
ก็คือ ความคันและความเจ็บแสบ
คำถามแรก เต่ากระกินอะไรเป็นอาหาร? ปิ้งป่องงงง
เต่ากระกิน ฟองน้ำทะเล ปะการังอ่อน
และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง
หอย เพรียง ปู กุ้ง เป็นต้น
ซึ่งสัมพันธ์กับรูปแบบของปากของเต่ากระ
ที่จะเป็นจะงอยปากแหลม ซึ่งช่วยในการกัดแทะ
เข้าไปกินฟองน้ำตามซอกในแนวปะการังได้
แต่อาหารของเต่ากระมันก็หลากหลายมากกว่านั้น
เพราะในอึของอีหล่ามันมี “ไฮดรอยด์”
ไฮดรอยด์ เป็นสัตว์จำพวกเดียวกับดอกไม้ทะเลและปะการัง
หรือเรียกรวมๆว่าแก๊งHydrozoa (ไฮโดรซัว)
มีลักษณะเป็นกิ่งๆที่แตกแขนงแขนงกิ่ง คล้ายๆต้นไม้
ซึ่งจะเกาะอยู่ตามแนวปะการังเหมือนกัน

และนี่แหละคือความลำบากในการรักษาอีหล่า
เพราะในบ่อรักษาอีหล่านั้น ในน้ำทะเลจะเต็มไปด้วย
เข็มของไฮดดรอยด์ที่อีหล่ากินเข้าไปแล้วอึออกมา
เป็นเหมือนกับดัก ที่ทำให้น้องๆฝึกงาน
รวมไปถึงแอดมิน นี่แสบๆ คันๆมานักต่อนักแล้ว
(น้องๆเริ่มงอแงในการจะเข้าไปรักษาอีหล่าแล้ว
เพราะเข็มนี่ทะลุถุงมือยางรักษาโรคได้อย่างสบายๆ
มือเป็นเม่นกันไปเป็นแถว)

แต่ที่แอดมินอยากให้เห็นภาพคือว่า นี่คือหลักฐานชั้นดีว่า
เต่ากระนั้นมีบทบาทเป็น “ผู้ควบคุมสมดุล”
ในแนวปะการังอย่างแท้จริง
เพราะไฮดรอยด์ถูกควบคุมได้จากการเต่ากระกินเข้าไปนั่นเองงงงงง

อย่าลืมนะเจอสัตว์ทะเลหายากเกยตื้นโทร 1362
ปล.ภาพจากทีมงานนักดำน้ำ ที่ได้มารวมตัวกันช่วยเหลือเอลาร่า

แทททททททททททแด๊มมมมมมมมมมมมมกลับมาถึงอะไรที่ชุบชูจิตใจบ้างสัปดาห์ที่ผ่านมา แอดมินได้ไปสำรวจซ้ำที่ไม้รูดอีกครั้งซึ่งจริงๆ...
02/04/2026

แทททททททททททแด๊มมมมมมมมมมมมม

กลับมาถึงอะไรที่ชุบชูจิตใจบ้าง
สัปดาห์ที่ผ่านมา แอดมินได้ไปสำรวจซ้ำที่ไม้รูดอีกครั้ง
ซึ่งจริงๆไม่ได้ตั้งใจไป เราตั้งใจค้นหาพะยูนสัตหีบ
แต่ติดปัญหานิดหน่อย จุดที่เราสำรวจดั๊นอยู่ในเขตสนามบิน
รวมไปถึงเขตห้ามบินโดรนจริงจัง
แม้เราจะขอเข้าสถานที่ได้แล้วก็ตาม
ก็เลยบินโดรนตัวใหญ่ไม่ได้

เราก็เลยเลือกกลับมาสำรวจไม้รูดซ้ำแทน
เพราะจากการที่ดูตารางน้ำแล้ว
รูปแบบการขึ้นลงของน้ำทะเลได้เปลี่ยนไปจากเดือนก่อนๆ
นับว่าเป็นข้อมูลความแตกต่างของฤดูกาลได้
ว่า ถ้าแหล่งหญ้าทะเลแห้งผาก
พะยูนจะไปใช้พื้นที่ไหนของไม้รูด
รวมไปถึง น้ำขึ้น น้ำลง จะส่งผลต่อการพบโลมาไหม

ผลจากการสำรวจพบว่า เราล้มเหลว 55555
เราไม่พบพะยูนบน line transect ที่เราวางไว้
พบพะยูนเพียง 1 ครั้ง บริเวณชายฝั่งของหมู่บ้านไม้รูด
เอาเป็นว่าคำตอบของข้อสงสัยนี้
ยังไม่ถูกเปิดเผยออกมาาาาา

แต่ แต่ ในการสำรวจด้วยโดรนเล็ก
แม้เราจะไม่คาดหวังอะไร
เพราะว่า มีช่วงเวลาสั้นๆประมาณ 1-2 ชั่วโมง
หลังพระอาทิตย์ขึ้น
ที่น้ำสูงพอที่พะยูนจะยังพออยู่ในแนวหญ้าทะเลได้

ผลคือ เราเจอพะยูนถึง 3 ตัว ที่หน้าตาแปลกๆ
ไม่คุ้นเหมือนเจ้า 2 ตัว ที่พบเจอในการสำรวจครั้งก่อนน
จากการเปิดวิดีโอเทียบ ก็พบว่ามันแตกต่างกันจริงๆ
อีกทั้ง แอดมินไปหาข้อมูลคร่าวๆ พบว่า ระยะเวลา 1 เดือนนั้น
ร่องรอยแผลของพะยูน
ไม่น่าจะหายจนไม่เหลือร่องรอยใดๆเลย
แต่มันขึ้นอยู่กับความลึกความตื้นของแผลด้วย
แผลเล็กๆอาจจะหายไปจนมองไม่เห็นได้
แต่แผลใหญ่แม้จะตื้นขึ้น แต่ก็น่าจะต้องมีรอยให้เห็นได้อยู่
ซึ่งจากเปเปอร์ที่ไปหามา
เขาสามารถติดตามพะยูนตัวเดิมจากแผลเดิม
ได้นานถึง 10 เดือน
โดยที่จะมีแผลใหม่ปนๆกับแผลเดิมที่กำลังหาย
ให้เราสามารถติดตามตัวต่อไปได้เรื่อยๆ
ดังนั้นใส่ว่าเป็นอัตลักษณ์ที่แตกต่างกันไว้ก่อน 5555555

เพราะฉะนั้นถ้าจะตามดูแต่ละตัวได้แน่ๆ
เราต้องไปสำรวจบ่อยๆ 55555 เพราะถ้าเว้นห่างไปเลยเป็นปี ปี
ก็มีโอกาสที่แผลเดิมจะหายหมดจนไม่เหลือร่องรอยให้ดูเลยก็เป็นได้ และในการ ทำ photo id เราก็ควรใช้วิดีโอเป็นหลัก
เพราะจะทำให้เห็นภาพที่ดีกว่า อิริยาบทที่มีการเคลื่อนไผว
มันก็เลยแบบค่อยๆดูทีละเฟรมได้
ทำให้เราเห็นรอยแผลที่แท้จริง
ไม่มีเงาน้ำ แสงสะท้อนมารบกวนการมองเห็นร่องรอยแผล

แต่ แต่ มีเหตุการณ์ที่สุดจะตื่นเต้นเลยก็คือ
ในช่วงที่น้ำลดลงต่ำสุดจนแหล่งหญ้าทะเลแห้งผาก
สันทรายโผล่เป็นกำแพงแนวยาวเลยเนี่ยยยยย
จนเราไม่คิดว่าจะเจอพะยูน แต่ก็ดั๊นนนนน
ไปพบพะยูน อยู่ในแอ่งน้ำเล็กๆ ที่ปลายของแหล่งหญ้านี้
คำถามในหัวตอนแรกคือ พะยูนติดตื้นไหมนะ 5555555
ต้องลงไปช่วยไหมเนี่ยยยยยยยย
แต่เมื่อตามบินโดรนไปซักพัก
ก็พบว่าที่สุดปลายของแหล่งหญ้าทะเลนั้น
แม้ระดับน้ำจะลดลงต่ำสุด
แต่บริเวณปลายแหล่งหญ้าระดับน้ำก็ลึกพอ
ที่จะให้พะยูนเข้ามา หากิน ในผืนหญ้าทะเลเล็กๆบริเวณนั้นได้
เราก็ตามอยู่ซักพักเจ้าพะยูนก็ว่ายออกน้ำลึกแล้วหายไปปปป

ส่วนเจ้าพวกโลมา เราก็ยังพบอยู่
แต่ก็น้อยกว่าการสำรวจครั้งก่อน
แต่ดั๊นไปพบจำนวนใกล้เคียงกับ
การสำรวจในฤดูน้ำขึ้นปีก่อนซะงั้น
ก็เลยยังบอกอะไรมากไม่ได้ คงต้องการทำการซ้ำๆ
เพื่อที่จะบอกเทรนของโลมา
ในแต่ละฤดูกาลที่เปลี่ยนไปของไม้รูดได้

อย่าลืมนะเจอสัตว์ทะเลหายากเกยตื้นโทร 1362

แทททททททททททแด๊มมมมมมมมมมมมมมแล้วเราก็ยังไม่หลุดจากเบ็ดไปเมื่อเสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านมา เช้าาเช้าาาาาระหว่างที่แอดมินกำลังไ...
01/04/2026

แทททททททททททแด๊มมมมมมมมมมมมมม

แล้วเราก็ยังไม่หลุดจากเบ็ดไป
เมื่อเสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านมา เช้าาเช้าาาาา
ระหว่างที่แอดมินกำลังไปเข้าเวร
ก็มีสายด่วนเข้ามาว่า มีเต่าตนุติดเบ็ดมาอีกแล้วว
ที่จังหวัดตราด แอดมินก็ทำการบึ่งรถรีบไปรับทันที
จากรูปที่ได้รับ ทางผู้แจ้ง ค่อนข้างจัดการเต่าเบื้องต้นได้ดี
ด้วยการเว้นสายเบ็ดยาวๆ และแปะหลังกระดองไว้
ป้องกันการกลืนเพิ่ม และรีบส่งเรือข้ามเกาะ
มาเรือเที่ยวที่เร็วที่สุดที่มีทันที

ที่ต้องเหลือสายเบ็ดไว้ยาวๆเพราะว่า
ทางทีมหมอจะได้มีสายเบ็ดในการนำทางไปสู่ตัวเบ็ดนั้นเอง
คิดภาพดูว่าในหลอดอาหารของเต่าทะเล
ที่อัดแน่นไปด้วย papillae หรือหนามในหลอดอาหารเต่า
เจ้าหนามๆเหล่านี้ มีหน้าที่ยึดเกาะอาหารที่เต่าทะเลกินเข้าไป
รวมถึงปกป้องผนังหลอดอาหาร
นอกจากนั้นยังทำให้อาหารย้อนออกกลับมาได้ยากอีกด้วย
ลองไปหาดู ที่ชอบโชว์กันจะมีของเต่ามะเฟือง
ที่มี papillae ถึงในช่องปากเลย
ดังนั้นการหาตัวเบ็ดโดยที่ไม่มีสายเบ็ดนำนี่ยากมากๆ
และจะต้องทำให้การนำตัวเบ็ดออกใข้เวลานานขึ้น

เมื่อเต่ามาถึงศูนย์ช่วยชีวิต ก็รีบทำการ x-ray
เพื่อดูตำแหน่งของเบ็ด พอภาพออกมา หมอลมจะใส่
เต่าตนุตัวนี้ กินเบ็ดเข้าไปถึง 3 ตัวเลยทีเดียววว
และเข้าไปลึกกว่า 20 เซนติเมตร
ในครั้งแรกทีมหมอพยายามนำออกด้วย
อมยิ้มปลดเบ็ดเพื่อที่จะไม่ต้องผ่าตัด
รวมถึงใช้กล้องส่องตรวจภายในช่วย
แต่ก็ไม่เป็นผลด้วยความลึกและจำนวนเบ็ด
ที่ค่อนข้างเสี่ยงที่เบ็ดจะปักซ้ำ
เมื่อดึงสายเอ็นที่มีเบ็ด 3 ตัวอยู่ในสายเดียว

สุดท้ายทีมหมอเลยทำการผ่าตัด
เปิดช่องข้างลำคอเต่าทะเล
และนำเบ็ดออกมาทีละตัว
เพื่อป้องกันการปักซ้ำ นั้นเอง
และก็พบว่า ตัวเบ็ดเจ้าปัญหาที่ปักคอเต่าอยู่นั้น
คือเบ็ดตัวที่ 2 ที่ปักแน่นและทะลุเกี่ยวไปแล้ว
แต่ด้วยการผ่าลำคอ ก็สามารถนำออกมาได้
แม้จะยากเนื่องจากมันเกี่ยวติดแน่นมากก็ตามมม

ปัจจุบันเต่าตนุตัวนี้ก็ได้ถูกพักฟื้นอยู่ใน icu box
(ดื้อมาก เดินไปทั่ว จะทะลุ icu box ออกมาให้ได้)
จนกว่าแผลจะหายดีแล้วทำการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติอีกครั้ง

ที่อยู่

Paknam Prasae
21170

เบอร์โทรศัพท์

+66897497590

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ อะไรอยู่ในท้องเต่าผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท