21/08/2026
🐱🐶ว่าด้วยเรื่่องอาหารสัตว์ที่เป็นข่าวช่วงนี้ มาแชร์เกร็ดความรู้เกี่ยวกับทะเบียนอาหารสัตว์จากเพจของอาจารย์หมอค่ะ
#เลขทะเบียนอาหารสัตว์ = การันตีคุณภาพตลอดไป จริงหรือ?
จากกรณีข่าวที่มีอาหารสัตว์นำเข้าแบรนด์ที่คนรู้จักถูกกรมปศุสัตว์ตรวจพบว่าบางสูตรไม่ได้ขึ้นทะเบียน ทั้งที่บริษัทชี้แจงว่าตนเองมีทะเบียนถูกต้องในบางสูตร ประเด็นนี้สร้างความสับสนและความกังวลใจให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก ในฐานะนักวิชาการด้านสัตวแพทย์ ผมอยากใช้โอกาสนี้อธิบายให้เข้าใจตรงกันว่า "การขึ้นทะเบียน" กับ "คุณภาพที่แท้จริงของอาหารทุกถุงที่วางขาย" เป็นคนละเรื่องกัน
**การขึ้นทะเบียนคืออะไร**
อาหารสุนัข-แมวสำเร็จรูปจัดเป็น "อาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ" ตาม พ.ร.บ. ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 ต้องขึ้นทะเบียนกับกรมปศุสัตว์ก่อนวางขายเสมอ กระบวนการนี้ตรวจสอบสูตร ค่าโภชนะ ความปลอดภัยของวัตถุดิบ และฉลาก ณ ช่วงเวลาที่ยื่นขอ เมื่อผ่านเกณฑ์จึงได้ "เลขทะเบียน" ที่พิมพ์บนถุง
ประเด็นสำคัญที่หลายคนไม่ทราบคือ **การขึ้นทะเบียนเป็นการรับรองรายสูตร ไม่ใช่รับรองทั้งแบรนด์** บริษัทเดียวกันอาจมีหลายสูตร (รสไก่ รสปลา สูตรลูกสุนัข สูตรควบคุมน้ำหนัก ฯลฯ) และแต่ละสูตรต้องขึ้นทะเบียนแยกกัน หากสูตรใดยังไม่ผ่านกระบวนการ แต่ถูกนำมาวางขาย ก็ถือว่าผิดกฎหมายแม้แบรนด์นั้นจะมีสูตรอื่นที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องอยู่แล้วก็ตาม
**เลขทะเบียนไม่ใช่การการันตีตลอดไป**
แม้สูตรจะขึ้นทะเบียนถูกต้อง ก็ยังมีช่องว่างที่ผู้บริโภคควรเข้าใจ:
1. การตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการทำกับตัวอย่างที่ยื่นตอนขอทะเบียนเท่านั้น ไม่มีการสุ่มตรวจทุกล็อตผลิตอย่างต่อเนื่อง
2. ระบบเฝ้าระวังหลังขาย (post-market surveillance) ของไทยยังมีจำกัด ต่างจากหลายประเทศที่มีการตรวจสถานที่ผลิต/สุ่มตัวอย่างตลาดอย่างสม่ำเสมอ
3. ไทยยังไม่มีฐานข้อมูล recall สาธารณะที่เปิดเผยให้ผู้บริโภคติดตามได้ หากเกิดปัญหาการจัดการมักทำแบบเงียบระหว่างบริษัทกับหน่วยงาน
4. สภาพอากาศร้อนชื้นของไทยเพิ่มความเสี่ยงการปนเปื้อนสารพิษจากเชื้อรา (เช่น อะฟลาทอกซิน) ในวัตถุดิบระหว่างการเก็บรักษาและขนส่ง ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิด "หลัง" การขึ้นทะเบียนไปแล้ว
**เทียบกับต่างประเทศ**
ในสหรัฐอเมริกา FDA มีระบบเฝ้าระวังหลังขายและฐานข้อมูล recall สาธารณะที่เข้มแข็ง ยุโรปใช้กรอบ FEDIAF ควบคู่กฎหมาย feed regulation ที่มีการตรวจสอบต่อเนื่อง ส่วนในเอเชีย ญี่ปุ่นมี Pet Food Safety Law (บังคับใช้ปี 2009) ให้อำนาจหน่วยงาน FAMIC ตรวจสถานที่แบบไม่แจ้งล่วงหน้าและสั่ง recall ได้ตามกฎหมาย ขณะที่เกาหลีใต้อยู่ภายใต้ MFDS ซึ่งมีระบบตรวจสอบนำเข้า 3 ขั้นตอนและระบบ traceability ที่บังคับใช้จริง ทั้งสองประเทศยังอ้างอิงมาตรฐานโภชนาการจาก AAFCO/FEDIAF เป็นฐานเดียวกัน ไม่ได้ใช้เกณฑ์ที่หย่อนยานกว่า
เมื่อเทียบกันแล้ว ระบบกำกับดูแลหลังขึ้นทะเบียนของไทยยังตามหลังทั้งสามภูมิภาคนี้อยู่พอสมควร
**คำแนะนำสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง**
- ตรวจสอบเลขทะเบียนอาหารที่ให้สัตว์กิน ผ่านระบบสืบค้นของกรมปศุสัตว์ได้ด้วยตนเอง
- หากซื้ออาหารนำเข้า ให้ความสำคัญกับแหล่งผลิตที่มีกฎหมายกำกับดูแลเฉพาะทางที่เข้มแข็ง (สหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้)
- เลือกแบรนด์ที่มีความโปร่งใส เปิดเผยผลตรวจวิเคราะห์ (Certificate of Analysis) ได้เมื่อร้องขอ และมีประวัติการสื่อสารที่รับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหา
- อย่ายึดเลขทะเบียนเป็นเครื่องยืนยันคุณภาพสูงสุด แต่ใช้เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำที่ต้องมี ควบคู่กับการสังเกตอาการสัตว์เลี้ยงหลังกินอาหารอย่างสม่ำเสมอ
ท้ายที่สุด การขึ้นทะเบียนคือ "ใบเบิกทาง" ที่จำเป็นแต่ไม่เพียงพอ คุณภาพที่แท้จริงตลอดอายุผลิตภัณฑ์ยังขึ้นอยู่กับจริยธรรมและระบบควบคุมคุณภาพภายในของผู้ผลิตแต่ละราย ผู้บริโภคจึงควรใช้ทั้งข้อมูลทะเบียนและวิจารณญาณในการเลือกแบรนด์ควบคู่กันไป เพื่อความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยงที่เรารัก