01/08/2022
#สาเหตุ การเสียชีวิตของ “ออสก้าร์”
เริ่มจากต้น เดือน มิ.ย. ออสก้าร์ มีอาการอาเจียนตอน 04.00 น. ทราบเพราะน้องนอนด้วยทุกคืนต่อมาตอนเช้าเราได้พาน้องไป รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง หมอฉีดยาฆ่าเชื้อให้ แต่กลับมามีอาการเหมือนเดิมคือมีฉี่สีเหลืองเข้ม จึงพาออสก้าร์ไป รพ.เอกชนที่เดิม ผลตรวจออกมาน้ำหนัก 18.8 กิโล ตรวจอัลตร้าซาวด์ผลพบว่ามีฝ้าขาวที่บริเวณตับ หมอก็จ่ายยามาให้ทานเเต่อาการก็ไม่ดีขึ้น น้องมีอาการถ่ายเหลวเเละอาเจียนหลายครั้งมาก จึงนำกลับไปแอดมิทอยู่ประมาณ 6 วัน ที่รพ.เอกชนที่เดิม เราสงสารน้องเพราะกลางคืนไม่มีคนเฝ้าและอากาศร้อนจากที่เเอดมิท น้องมีอาการดีขึ้นไม่ถ่ายเหลวเเละอาเจียนจึงรับกลับบ้าน เเล้วพาไปป้อนยาเเละอาหารเช้า เย็นทุกวัน เเต่ตรงนี้ไม่ใช่ปัญหาคือขอให้เค้าหายดีก็พอใจ แต่ก็ยังมีอาการฉี่เหลืองเเละอาเจียนเเละถ่ายเหลว ก็พาไปฉีดยาอีกรอบก็ดีขึ้น ถ่ายเป็นก้อน แล้วก็วนไปวนมาแบบนี้เป็นก็ฉีดยา แต่หลังจากป้อนอาหารมื้อเย็นเหมือน ออสก้าร์จะบอกอะไรเราให้รู้ว่าเค้าไม่ดีขึ้นเลย คือเค้าจะขึ้นกิโลไปชั่งน้ำหนักเองเกือบทุกวันซึ่งน้ำหนักจะลงเรื่อยๆเเละทุกๆสัปดาห์จะต้องตรวจค่าเลือดดูผลการรักษา แต่ก็จะมีค่าตับๆขึ้นลงๆตามที่หมอเเจ้ง แต่จริงๆเค้าโกหกตลอด ผมก็ถามว่าหมอที่ รพ.เอกชน ออสก้าร์ดูไม่ดีขึ้นเลย ได้แต่คำตอบว่า โรคตับต้องกินยาบำรุงตับยาวๆใช้ระยะเวลาผ่านมาตรวจเลือดไป 4-5 ครั้งจนออสก้าร์น้ำหนักลดลงเหลือ 14.8โล นัดตรวจเลือดวันอังคารที่ 26 ก.ค. 2565 อย่าลืมครับไปป้อนอาหารเช้าเย็นทุกวัน ด้วยความเชื่อถือรพ. เเต่ผลปรากฎว่าตรวจใหญ่เลยคืออัลตร้าซาวด์ด้วยเอ็กสเรย์และเจาะเลือดผลออกมาบอกว่าทาง รพ. รักษาไม่ได้ เเละเเจ้งว่าถุงน้ำดีของออสก้าร์บวมมาก จะส่งตัวไปให้หมอเฉพาะทางที่ รพ.กำเเพงเเสน ในวันพฤหัสที่ 4 ส.ค. เเต่ได้รับเเจ้งว่าโทรไปเเล้วหมอไม่รับโทรศัพท์เเต่ได้ส่งไลน์ประวัติการรักษาให้เเล้ว ในวันพุธ 27 ก.ค. ผ่านมาออสก้าร์มีอาการซึมมากเเละหายใจเร็วก็คิดว่าเค้าน่าจะปวดท้องเลยให้ฉีดยาเเก้ปวดให้ก็ได้สอบถามได้คำตอบว่าหมอทาง รพ.กำเเพงเเสน ไม่เข้าตรวจเพราะติดวันหยุดของทางราชการ เเล้วคืนวันพุธที่ 27 ก.ค. ที่ผ่านมาผมนอนคิดว่าถ้าทางร.พ.กำเเพงเเสนที่เค้าเเจ้งก็น่าจะมีหมออื่นที่ดูแลออสก้าร์ได้หรือเอาไปนอนให้ยาและน้ำเกลือดีกว่า วันพฤหัสที่ 28 ก.ค. เช้าจึงโทรขอใบส่งตัวรพ.เอกชน ตั้งแต่ 8.30 เค้าก็แจ้งกลับมาว่าหมอที่รพ. ยังไม่เข้าเดี๋ยวเขียนเสร็จโทรมาตามจน 11 โมงโทรไปอีกครั้ง เเจ้งว่าให้มารับใบส่งตัวได้เลย เเละผมได้สอบถามชื่อหมอที่จะรับการรักษาออสก้าร์ต่อที่ รพ.กำเเพงเเสน เเต่ รพ.เอกชน เเห่งนั้นไม่บอกชื่อหมอ บอกเเต่ว่าเดี๋ยวไปเเล้วเค้าจะจัดคิวให้เอง เเต่ผมเห็นว่าอาการน้องเเย่มาก ผมก็รีบพาน้องไปรักษาพอไปถึงก็ทำการเจาะเลือดใหม่น้องมีอาการเกร็ง จะช็อคเเละไข้สูงหมอที่ รพ.เกษตร เเจ้งว่าเค้ามีอาการตับวายและรอหมอเฉพาะทางโรคตับทำอาการอัลตร้าซาวด์ระหว่างที่หมอตรวจอยู่ผมก็เล่าเหตุการณ์ให้หมอฟังว่ารพ.เอกชนเเห่งนั้น เค้าบอกว่าหมอเฉพาะไม่อยู่ติดวันหยุด แต่หมอเฉพาะทางที่ รพ.กำเเพงเเสน ก็สงสัยเเละบอกว่ามีเค้าคนเดียวเพราะเค้าสนิทกับหมอคนหนึ่งที่ รพ.เอกชนเเห่งนั้นมีเคสเเบบนี้จะต้องส่งให้เค้าตลอด พอตรวจพบว่าอวัยวะภายในของออสก้าร์อักเสบมากเเละหลายที่ ลูกชายผมถึงกับร้องไห้ แบบไม่อายใครเเละเเค้นใจว่าทำไมต้องโกหก ว่าหมอเฉพาะทางไม่เข้าจะให้เรายื้อน้องถึงวันพฤหัสที่ 4 ส.ค เเล้วค่อยพาไปแต่มันไม่จบเท่านั้นระหว่างตรวจอัลตร้าซาวด์หมอบอกว่าอวัยวะภายในบวมเต็มท้องเเละถุงน้ำดีตันเเละบวม "จะไหวมั้ยออสก้าร์" หลังจากนั้นก็มารอให้น้ำเกลือเเละยาฉีดหลายเข็ม และหนึ่งในนั้นคือยารักษาโรคตับเเบบฉีดผมถึงกับงงเพราะจาก รพ.เอกชนที่เดิม แฟนผมบอกหมอขอเป็นยาฉีดให้หมดเพราะ
ออสก้าร์กินยายากเเต่ได้คำตอบว่ายารักษาโรคตับไม่มีเเบบฉีด คิดเอาครับหลังจากนั้น หมอ รพ.กำเเพงเเสนคนที่รับได้เคสก็ได้มาเเจ้งอาการสรุปของโรคและอ่านว่าที่ผ่านมาผลการรักษาจากที่เเรกมีอะไรบ้าง ผลคือที่เเรก โกหกว่าค่าตรงโน้นดีขึ้นตรงนี้มากขึ้น คือโกหกหมด ที่สำคัญคือออสก้าร์มีอาการติดเชื้อในกระเเสเลือดตั้งเเต่สัปดาห์ที่สองจาก รพ.เอกชน แต่เค้าไม่เคยบอกเราเลยว่าออสก้าร์ติดเชื้อในกระเเสเลือด เเละไม่เคยให้ยาฆ่าเชื้อเลย และผลวันอังคาร 26 ก.ค. สุดท้ายที่ รพ.เอกชนเเห่งเดิมตรวจสูงถึง 40,000 กว่าซึ่งเค้าไม่เคยบอก มารู้ตอน รพ.กำเเพงเเสนเเจ้ง ปกติจะอยู่ที่ 18,000 เลยคิดเลยว่าออสก้าร์อดทนมากเเล้วรู้สึกผิดมากที่พาเค้าไปช้า แล้วผลการติดเชื้อในกระเเสเลือดจากวันอังคารที่ 26 ก.ค. จากที่เดิม เเล้วมาตรวจที่ รพ.กำเเพงเเสนในวันที่ 28 นั้นขึ้นเป็น 50,000 กว่า หมอถามมาคำนึงว่าถ้าเกิดต้องปั้มหัวใจจะให้ผมปั้มมั้ย ผมบอกไป ไม่ต้องเพราะไม่อยากให้เค้าทรมานอีกเพราะสภาพออสก้าร์ภายในเเย่มากเเล้ว แต่ถามหมอไปว่ามีโอกาสรอดมั้ย หมอบอกต้องผ่าน 1-3 วันไปก่อน รุ่งขึ้นอีกวันเราไปเยี่ยมออสก้าร์กันเค้าได้เเต่มองด้วยดวงตาอันเศร้าเเต่ยังขาดลูกชายคนโตที่ยังติดธุระต่างจังหวัดไม่ได้มาเยี่ยม วันถัดมาวันที่ 29 ก.ค. เราได้ไปเยี่ยม
ออสก้าร์ กันครบทุกคน เเล้วพร้อมหมอว่าไม่ต้องปั้ม แต่ให้หมอรักษาเต็มที่ เเละเราด้วยความสงสาร
ออสก้าร์ จึงบอกเค้าว่าป๊าเเละทุกคนรักหนูนะเเต่ถ้าไม่ไหวก็ไปเถิด หนูจะได้ไม่ต้องทรมาน พร้อมทั้งน้ำตาไหลกันทุกคน เค้าก็มองเราด้วยดวงตาที่เศร้ามากเเละพยายามจะเเสดงให้เรารับรู้เเต่การหายใจของเค้าถี่เเละเเรงมากเราก็ไม่อยากรบกวนเค้านาน เรากลับมาบ้านทุกคนกินข้าวไม่ลง แต่พอตอนดึกก็บอกกับลูกชายว่าพรุ่งนี้ออสก้าร์อาจดีขึ้นเพราะเป็นวันที่ 3 เเล้วเราก็นอนพักกันเเต่ก็นอนไม่ค่อยจะหลับกัน กระทั่งประมาณ 7.20 น. ของวันที่ 31 ก.ค ได้รับโทรศัพท์จาก รพ.กำเเพงเเสน เเจ้งมาว่าน้องได้จากเราไปอย่างสงบตอน 4 ทุ่มกว่าๆของเมื่อคืนวันที่ 30 เเละเมื่อวานเรารับร่างของออสก้าร์ไปทำพิธีทางศาสนาให้น้องที่จังหวัดราชบุรี ตอนเช้าของวันนี้เราได้ไปรับกระดูกของ ออสก้าร์ กลับมาไว้ที่บ้านก่อนเพราะพี่ๆยังทำใจไม่ได้ สุดท้ายนี้รู้เสียใจมากที่หลงเชื่อว่าเค้าเป็นโรงพยาบาลเอกชนจะสามารถรักษาให้สุนัขของเราให้ดี " ออสก้าร์ " จากพวกเราไปในวัย 3 ขวบ 11 เดือน 28 วัน ซึ่งอีกเพียง 7 วันก็จะครบวันเกิด แล้วปีนี้ป๊าฉลองวันเกิดให้กับใครล่ะลูก
#ผมขอขอบคุณโรงพยาบาลกำเเพงเเสนที่ช่วยรักษาออสก้าร์อย่างเต็มที่ในระยะเวลา2วันที่นำน้องไปรักษาครับ