14/08/2026
🐱 รู้หรือไม่? ตุ่มดำ ๆ ในหูแมว อาจไม่ใช่ “ขี้หู” อย่างที่คิด!
ภาพนี้เป็นตัวอย่างของความผิดปกติที่พบได้ในช่องหูแมว โดยลักษณะเป็นตุ่มกลม ๆ สีดำ น้ำเงินคล้ำ หรือม่วงจำนวนมาก
หนึ่งในภาวะที่มีลักษณะคล้ายกันคือ Feline Ceruminous Cystomatosis หรือภาวะถุงน้ำของต่อมสร้างขี้หูในแมว
🩺 มันเกิดขึ้นได้อย่างไร?
ภายในช่องหูของแมวมีต่อมที่เรียกว่า ceruminous glands ทำหน้าที่สร้างสารที่เป็นส่วนหนึ่งของขี้หู
ในแมวที่มีภาวะนี้ ต่อมดังกล่าวเกิดการขยายตัวและกลายเป็นถุงน้ำเล็ก ๆ หลายถุง จึงมองเห็นเป็นตุ่มกลม ๆ สีฟ้าเข้ม น้ำเงิน ม่วง น้ำตาล หรือดำ กระจายอยู่บริเวณใบหูด้านในและช่องหู
สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบแน่ชัด และไม่ได้เกิดจากการที่เจ้าของ “ไม่ทำความสะอาดหู” เพียงอย่างเดียว
⚠️ แล้วอันตรายไหม?
ตัวถุงน้ำมักไม่ใช่มะเร็ง แต่ถ้ามีจำนวนมากหรือมีขนาดใหญ่ขึ้น อาจทำให้ช่องหูแคบหรืออุดตัน และทำให้เกิดปัญหาตามมา เช่น
• หูอักเสบเรื้อรัง
• เชื้อแบคทีเรียหรือยีสต์เพิ่มจำนวน
• ขี้หูและสารคัดหลั่งเพิ่มขึ้น
• มีกลิ่นเหม็นจากหู
• คัน เกาหู และสะบัดศีรษะ
• เจ็บหู
• ถุงน้ำบางใบอาจแตกและมีของเหลวไหลออกมา
• หากการอักเสบลุกลามไปยังหูชั้นกลางหรือหูชั้นใน อาจกระทบการได้ยินและการทรงตัวได้
❗ ที่สำคัญ อย่าเห็นตุ่มดำในหูแล้วรีบคิดว่าเป็น “ไรหู” เสมอไป
ไรหูมักทำให้เกิดขี้หูสีดำหรือน้ำตาลคล้ายกากกาแฟ และทำให้แมวคัน เกา และสะบัดหัว แต่ตุ่มนูนหลาย ๆ เม็ดแบบในภาพอาจมีสาเหตุอื่นได้เช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีโรคหูอักเสบเรื้อรัง ติ่งเนื้อ และก้อนชนิดอื่น ๆ ที่สามารถมีลักษณะคล้ายกันได้
👩⚕️ การตรวจที่ถูกต้อง
สัตวแพทย์สามารถใช้เครื่องตรวจหู (otoscope) ดูช่องหู และเก็บตัวอย่างขี้หูหรือสิ่งคัดหลั่งไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์เพื่อดูว่ามีไรหู แบคทีเรีย หรือยีสต์หรือไม่
ถ้ามีก้อนหรือถุงน้ำจำนวนมากผิดปกติ อาจจำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติมหรือเก็บชิ้นเนื้อเพื่อยืนยันชนิดของก้อน
❤️ สำหรับคนรักแมว
หูแมวไม่ควรมีตุ่ม ก้อน หนอง เลือด กลิ่นเหม็น หรือขี้หูจำนวนมากผิดปกติ
และสำหรับช่างกรูมมิ่ง หากพบความผิดปกติลักษณะนี้ อย่าพยายามเจาะ บีบ หรือแกะตุ่มออกเอง เพราะอาจทำให้เลือดออก อักเสบ หรือติดเชื้อได้
การกรูมมิ่งที่ดีไม่ใช่แค่ทำให้น้องแมวสวยและสะอาด แต่คือการช่วยสังเกต “ความผิดปกติ” ที่เจ้าของอาจมองไม่เห็น และแนะนำให้พบสัตวแพทย์เมื่อจำเป็น 🐾
📌 หมายเหตุ: ภาพตัวอย่างไม่สามารถใช้ยืนยันการวินิจฉัยโรคได้ การวินิจฉัยต้องอาศัยการตรวจโดยสัตวแพทย์