23/08/2026
ภาวะกลูโคสในกระแสเลือดต่ำในกระต่าย เกิดขึ้นได้หรือไม่
ควรป้อนกลูโคสหรือไม่?
โดย ผศ.น.สพ.ดร.สมโภชน์ วีระกุล (อาจารย์แก้ว)
โดย ผศ.น.สพ.ดร.สมโภชน์ วีระกุล
ภาวะกลูโคสในกระแสเลือดต่ำในกระต่าย เกิดขึ้นได้หรือไม่ ควรป้อนกลูโคสหรือไม่?
มีคำถามบ่อยครั้งและมักมีการจัดการที่อาจไม่เหมาะสมในทางคลินิก เมื่อพบว่ากลูโคสในกระแสเลือดต่ำ ทำให้หมอหลายคนวิตกกังวลและให้กลูโคสป้อน เพื่อป้องกันอาการไม่พึงประสงค์จากกลูโคสไม่เพียงพอ แต่เป็นการจัดการที่ผิดพลาดหรือไม่
เราจึงต้องทราบตั้งแต่ค่าเลือดปกติ ภาวะหรือสรีรวิทยาที่เกิดขึ้นตามปกติ จึงจะสามารถประเมินได้ว่าเมื่อไรจึงจะถือว่าภาวะกลูโคสต่ำเป็นภาวะผิดปกติที่ต้องแก้ไข และควรแก้ไขด้วยวิธีใดที่ไม่ใช่การป้อนกลูโคส สิ่งที่เกิดขึ้นในสุนัขและแมวจึงไม่อาจนำมาใช้ในกระต่ายและสัตว์ที่กินพืชทั้งหลายได้เสมอ
ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดจากรายงานต่าง ๆ มีช่วงที่ค่อนข้างกว้าง พบอยู่ระหว่าง 4.2–8.2 mmol/L (Gillett, 1994; Campbell, 2004; Jenkins, 2006) เพื่อเทียบกับสุนัขจะมีช่วงที่แคบกว่า คือ 3.3–6.2 mmol/L ที่เป็นเช่นนี้เชื่อว่าเป็นลักษณะของสัตว์กินพืชที่มีการสร้าง การเก็บ การสลาย และนำไปใช้น้ำตาลกลับไปกลับมาอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับการได้รับจากแหล่งพลังงานอื่น ๆ จากการหมักย่อยพืช ยกตัวอย่างในวัว 1.89–6.05 mmol/L และม้า 4.4–9 mmol/L
การพบน้ำตาลในกระแสเลือดสูงขึ้นหรือต่ำลงในสัตว์กินพืช ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกังวลในภาวะปกติ เพราะมักเกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากสัตว์กินพืชจะสร้างองค์ประกอบหลักคือกรดไขมันอิสระเป็นพลังงานหลัก และมีการใช้พลังงานจากแหล่งนี้เป็นหลัก
การพบน้ำตาลในกระแสเลือดมากขึ้นในกรณีที่มีความเครียดและมีการหลั่งคอร์ติซอล สามารถทำให้เกิดกระบวนการสร้างกลูโคสเพิ่มขึ้นได้ และถูกนำไปใช้อย่างรวดเร็วผ่านกระบวนการกลูโคสเป็นไพรูเวตและแลคเตต แม้จะมีการสะสมของแลคเตตเพิ่มขึ้น แต่จะเป็นเพียงระยะสั้น และยังพบว่าการได้รับเยื่อใยอาหารจากพืชมีผลไปลดน้ำตาลในกระแสเลือดลงได้
ในการศึกษาของ Harcourt-Brown & Harcourt-Brown (2012) ในกระต่ายจำนวน 907 ตัว ไม่พบมีตัวที่ป่วยจากเบาหวานเลยแม้แต่เพียงตัวเดียว แม้ว่าจะพบภาวะ severe hyperglycemia (>20 mmol/L) ได้และถือว่าอันตราย และในตัวที่มีค่าสูงพบสัมพันธ์กับภาวะลำไส้อุดกั้น ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากการไม่กินอาหาร และนำเอาไขมันและไกลโคเจนที่สะสมในตับออกมาใช้
จะพบค่าน้ำตาลที่สูงในระยะแรก และอาจจะลดลงอย่างรวดเร็วกลายเป็นภาวะต่ำลง กรณีเช่นนี้ให้ระมัดระวัง คีโตซิส (ketosis) มากกว่า และข้อมูลเบื้องต้นจากการศึกษาของ Harcourt-Brown & Harcourt-Brown (2012) ภาวะกลูโคสในกระแสเลือดต่ำมักมาจากอาการเบื่ออาหารเช่นกัน
ซึ่งได้บรรยายเรื่องนี้ให้สัตวแพทย์และนักศึกษาฟังอยู่เสมอว่า ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำในกระต่ายมักจะเป็น “anorexia-induced hypoglycemia” และควรแก้ไขที่สาเหตุเบื้องต้นเป็นหลัก ไม่ใช่การป้อนน้ำตาล เพียงแต่เฝ้าระวังอาการและแก้ที่สาเหตุ ป้อนอาหารฟื้นฟูที่เหมาะสมสำหรับสัตว์กินพืช โดยผ่านกระบวนการรักษาและแก้ไขด้วยวิธีต่าง ๆ ตามสาเหตุที่พบก็เพียงพอ
นอกจากนี้ พบว่าการเกิดน้ำตาลต่ำในสัตว์กินพืชจะเกิดได้ยากมาก หรือเพียงร้อยละ 1.76 เท่านั้น และมักเกิดในกรณีไม่กินอาหารหรือขาดการหมักย่อยเป็นหลัก ซึ่งสัมพันธ์กับโรคในระบบทางเดินอาหารที่จะพบเป็นประจำ ได้แก่ ภาวะลำไส้อืด และการอุดกั้นในทางเดินอาหาร เช่นกัน ที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดและเบื่ออาหารเป็นอาการเฉพาะ คิดเป็นร้อยละ 100 (Butsuin, 2014) และเป็นสาเหตุทำให้เกิดกลูโคสต่ำในกระแสเลือด
นอกจากนี้ ยังพบจากการเกิดเนื้องอกเซลล์เบต้าในตับอ่อนได้ (insulinoma) แต่พบน้อยมาก พบเพียง 1 ราย ใน 16 รายที่พบรายงานภาวะกลูโคสต่ำ (Harcourt-Brown & Harcourt-Brown, 2012) โดยจะมีอาการเฉพาะที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ อ่อนแรง เดินไม่สัมพันธ์ และชัก (Foxx et al., 2022)
และยังพบว่าการเกิดการเปลี่ยนแปลงไขมันจากภาวะไขมันพอกตับสามารถทำให้เกิดปัญหาน้ำตาลในกระแสเลือดต่ำได้ เมื่อกระต่ายใช้ไกลโคเจนที่สะสมไว้จนหมด ทั้งจากความเครียดและการหลั่งอะดรีนาลีน ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น แต่ก็มักจะมีผลมาจากการเบื่ออาหารและป่วยด้วยโรคในระบบทางเดินอาหารเป็นปัจจัยโน้มนำ
การแก้ไขภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
แม้จะสามารถแก้ไขด้วยการป้อนกลูโคสในสัตว์ชนิดอื่น ๆ และช่วยแก้ไขภาวะฉุกเฉิน แต่ในกระต่ายไม่ควรป้อนกลูโคสโดยการกิน เนื่องจากพบว่ากระต่ายมีการสร้างแหล่งพลังงานอื่นมาทดแทนได้อย่างรวดเร็ว ใช้กรดไขมันเป็นแหล่งพลังงานหลัก หรือการนำแลคเตตกลับมาใช้ในกระบวนการ “Cori cycle” ผ่านการเปลี่ยนเป็นไพรูเวตและสร้างกลูโคสขึ้นมาใหม่ (gluconeogenesis)
และเพราะสาเหตุมักมาจากโรคในระบบทางเดินอาหาร การแก้ไขสาเหตุสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ โดยปกติการให้อาหารฟื้นฟูผ่านการป้อนในรายที่เริ่มควบคุมอาการความเจ็บปวดได้แล้ว จะสามารถทุเลาอาการได้เช่นกัน และหากกังวลใจควรให้สารอาหารผ่านทางเส้นเลือดแทนได้
ข้อควรระวังในการป้อนน้ำตาลกลูโคส
ข้อควรระวังในการป้อนน้ำตาลกลูโคส รวมทั้งผลไม้ น้ำผลไม้ และน้ำผึ้ง เนื่องจากน้ำตาลจะไปเร่งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียแลคติก (lactic acid bacteria) ซึ่งจะเริ่มเติบโตมากขึ้นในทางเดินอาหารในกรณีเกิดภาวะลำไส้อืด ซึ่งสัมพันธ์กับอาหารที่ไม่เหมาะสมที่เป็นสาเหตุหลัก และเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
เป็นผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของกรดในทางเดินอาหาร เกิดภาวะลำไส้อักเสบร่วมกับการเสียสมดุลของจุลินทรีย์ได้เช่นกัน
**เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 7.00-22.30น.
#รักษาสัตว์ #สัตว์โลกน่ารัก
📌 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง inbox และเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลสัตว์ขวัญคำ
☎️ โทร 062-4912999, 065-9310462
☎️ โทร 02-9487727
⏰ เปิดบริการทุกวัน เวลา 07.00 - 22.30 น.
แผนที่โรงพยาบาลสัตว์ขวัญคำ สาขาวัชรพล 🏨
https://maps.app.goo.gl/ABYd1GJ1U7EF2R1G8
โรงพยาบาลสัตว์ขวัญคำ 🧑⚕️
รักษาสุนัข แมว กระต่าย สัตว์ฟันแทะ สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ
🐶🐱🐭🐹🐰🦊🐻🐯🐮🐷🐸🐵🐔🐦🦅🦉🐢🐍🦎
#คลินิกออนไลน์สำหรับสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ
www.epofclinic.com