พญาฟาร์ม

พญาฟาร์ม จำหน่าย และให้คำปรึกษา การใช้ปัจจั?

07/05/2026

ลูกค้าท่านไหนทำเงินหล่นไว้หน้าร้านมาขอรับคืนได้นะครับ

20/04/2026

หากเกิดเหตุภัยธรรมชาติ ทำให้ต้นยางเสียหายแจ้ง กยท.ดังนี้
#ขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือ
1.ถ่ายรูปความเสียหาย ให้ถ่ายรูปสภาพต้นยางที่หักโค่นในภาพรวมและภาพชัดเจนหลายๆ จุดไว้เป็นหลักฐาน
2.แจ้ง กยท. สาขาในพื้นที่ ติดต่อ กยท. สาขาที่ท่านสังกัดหรือที่สวนตั้งอยู่ ภายใน 30 วัน (นับจากวันที่เกิดเหตุ)
3.เงื่อนไขและรายละเอียดการแจ้งความเสียหาย
➡️สวนยางต้องขึ้นทะเบียนกับ กยท. และประสบภัยพิบัติ (วาตภัย, อุทกภัย ฯลฯ) จนต้นยางตายหรือหักโค่นในบริเวณ(แปลง)เดียวกัน #ตั้งแต่20ต้นขึ้นไป
➡️เงินช่วยเหลือ กยท. มีสวัสดิการช่วยเหลือรายละไม่เกิน 3,000 บาท
#แจ้งเจ้าหน้าที่ กยท. สาขา หรือ กยท. จังหวัดที่สวนยางตั้งอยู่
#เอกสารที่ต้องใช้
แบบคำร้องรับเงินสวนประสบภัย (กยท.มีให้)
บัตรประชาชนเกษตรกร
สำเนาทะเบียนบ้าน
สมุดทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง(ถ้ามี)
เอกสารสิทธิ์ที่ดินสวนยาง
รูปถ่าย/วีดีโอ ความเสียหายของสวนยาง
#เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบความเสียหายจริงและให้คำแนะนำ

#สวนยางพารา #สวนยางประสบภัยธรรมชาติ

ลูกค้าฝากจขาลูกหมู สนใจติดต่อที่ร้านได้ครับ
20/04/2026

ลูกค้าฝากจขาลูกหมู สนใจติดต่อที่ร้านได้ครับ

11-15 เมษายน 69 พญาฟาร์มหยุดห้าวัน ครับ
05/04/2026

11-15 เมษายน 69
พญาฟาร์มหยุดห้าวัน ครับ

แจ้งข้อมูลไว้ เพื่อประกอบการตัดสินใจ
01/04/2026

แจ้งข้อมูลไว้ เพื่อประกอบการตัดสินใจ

“ยูเรีย 46-0-0 กำลังจะกลายเป็นปัญหาใหญ่…และนี่ไม่ใช่เรื่องของเกษตรอย่างเดียว แต่คือความล้มเหลวเชิงนโยบาย”

เมษายนกำลังจะมาถึง
ฤดูกาลเพาะปลูกกำลังเริ่ม
แต่สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น…ไม่ใช่แค่การเริ่มต้นใหม่ของเกษตรกร

มันคือ “การเริ่มต้นของปัญหา ที่รัฐยังคงใช้คำพูดเดิม ๆ เหมือนน้ำมัน"

ปุ๋ยยังไม่พอ…แต่รัฐยังไม่มีแผนที่ชัด

ยูเรีย 46-0-0 คือหัวใจของหลายพืช
แม้จะมีการ “รณรงค์ให้ลดการใช้”
หรือ “ปรับสูตรปุ๋ย”

แต่ในความเป็นจริง…

👉 เกษตรกรยัง “ต้องใช้”
👉 ตลาดยัง “ต้องการสูง”
👉 และคำถามคือ “ของจะพอไหม?”

จนถึงวันนี้…ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน

ปัญหาที่รัฐควรแก้ “แต่ยังไม่ลงมือจริง”

ข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ นาดีดี.คอม ได้มา
ชี้ชัดว่า…

สิ่งที่รัฐ “ทำได้ทันที” คือ ค่าระวางเรือ

เพราะอะไร?

การหาแหล่งซื้อใหม่ = ใช้เวลา
ผู้นำเข้าแต่ละราย = มีสัญญาล่วงหน้า
รัฐเข้าไปแทรกตลาดโดยตรง = ทำได้ยาก

แต่ “ค่าขนส่ง” คือจุดที่รัฐเข้าไปช่วยได้เลย

👉 ลดต้นทุนทันที
👉 เพิ่มโอกาสนำเข้า
👉 ช่วยพยุงราคาหน้าร้าน

คำถามคือ…

ทำไมยังไม่ทำ?

โลกกำลังบีบ…แต่ไทยยังตั้งรับไม่ทัน

สถานการณ์ตอนนี้ไม่ได้ปกติ

จีน → หยุดส่งออก เพื่อใช้ในประเทศ
(แนวโน้มลากยาวถึง ก.ย. 2569)
ตะวันออกกลาง (GCC)
เช่น ซาอุฯ กาตาร์ โอมาน
ยังส่งออกได้…แต่

👉 เส้นทาง “ทะเลแดง” = เสี่ยง + ช้า + แพง
👉 ปริมาณรวม = แค่ประมาณ 1 ใน 4 ของโลก

แปลว่าอะไร?

ของมี…แต่ไม่พอ + มาช้า + ต้นทุนสูง

สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น (ถ้ารัฐยังนิ่ง)

ถ้าไม่มีมาตรการจริงจัง

ราคายูเรียจะ “พุ่ง”
ของจะ “เริ่มขาดเป็นช่วงๆ”
เกษตรกรจะ “ต้องซื้อแพง หรือไม่ได้ใช้”
ผลผลิตจะ “ตก”
สุดท้าย…ราคาพืชอาหารจะ “กระทบทั้งประเทศ”

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเกษตร
แต่มันคือ “ความมั่นคงทางอาหาร”

ข้อเรียกร้องตรงๆ ถึงรัฐบาล

อย่ารอให้ของขาดก่อน แล้วค่อยแก้

สิ่งที่ควรทำ “ทันที”:

เจรจาค่าระวางเรือ (ลดต้นทุนนำเข้า)
ตั้งกองทุนพยุงปุ๋ย (ไม่ใช่แค่พยุงราคาน้ำมัน)
ประสานผู้นำเข้าแบบ “เชิงรุก” ไม่ใช่รอรายงาน
วางแผนสำรองสต๊อกระดับประเทศ
สรุปแบบไม่อ้อม

ตอนนี้สัญญาณมันชัดแล้ว

👉 ของกำลังตึง
👉 ราคากำลังขึ้น
👉 ความเสี่ยงกำลังมา

แต่สิ่งที่ยังไม่เห็นคือ
“ความพร้อมของรัฐบาล”

ถ้ายังคิดช้า…รอบนี้ไม่ใช่แค่เกษตรกรที่เจ็บ
แต่ทั้งประเทศจะโดนไปด้วย

#นาดีดีคอม
#วิกฤติปุ๋ย
#ยูเรีย4600
#เกษตรกรไทย
#ต้นทุนพุ่ง
#รัฐบาลต้องตอบ

28/03/2026

ขึ้นแล้วพลัส+ อาหารสัตว์ก็ปรับขึ้น เป็นไปตามคาด ชาวปศุสัตว์อย่างเราๆ แบกรับต้นทุนที่แพงขึ้นอีกแล้ว

#ปศุศาสตร์นิวส์

ปุ๋ย ปุ๋ย ปุ๋ยมีของเข้าทุกวันแต่สูตรกับราคานั้นว่ากันวันต่อวันเลยครับ
18/03/2026

ปุ๋ย ปุ๋ย ปุ๋ย
มีของเข้าทุกวันแต่สูตรกับราคานั้นว่ากันวันต่อวันเลยครับ

06/03/2026

สารวัตรปศุสัตว์ไซเบอร์ รวบร้านค้ารายใหญ่ใน TikTok ขายวิตามิน-อาหารสัตว์ โดยไม่ได้รับอนุญาต ยึดของกลางอาหารสัตว์ไม่มีทะเบียน 28 รายการ มูลค่ารวมกว่า 640,000 บาท พื้นที่อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี

อ่านต่อในคอมเมนต์
#สารวัตรปศุสัตว์ไซเบอร์ #กองสารวัตรและกักกัน #อุบลราชธานี #ปศุสัตว์ #ปศุศาสตร์นิวส์

ของราคาถูกในออนไลน์บางทีก็แลกมากับความเสี่ยง ทั้งของไม่ได้มาตรฐาน ของปลอมและ ผลผลิตที่เสียหายด้วยความห่วงใยจากพญาฟาร์มคร...
26/02/2026

ของราคาถูกในออนไลน์บางทีก็แลกมากับความเสี่ยง ทั้งของไม่ได้มาตรฐาน ของปลอมและ ผลผลิตที่เสียหายด้วยความห่วงใยจากพญาฟาร์มครับ

23/02/2026

ทำไมไทยเลียนแบบ “ปุ๋ยถูก” ของอินเดียไม่ได้? เจาะลึกความจริงที่คนทำนาต้องรู้

เห็นข่าวปุ๋ยยูเรียที่อินเดียราคาถุงละร้อยกว่าบาท (ประมาณ 242 รูปี) แล้วหันมามองราคาปุ๋ยบ้านเราที่พุ่งไปหลักหลายร้อยจนถึงพันกว่าบาท หลายคนคงมีคำถามในใจว่า “ในเมื่ออินเดียก็นำเข้าปุ๋ยอันดับ 1 ของโลกเหมือนเรา ทำไมเขาทำราคาถูกได้ แต่ไทยทำไม่ได้?”

วันนี้ นาดีดี.คอม จะพาไปเจาะลึก 5 เหตุผลเบื้องหลังที่ทำให้ "ดีลปุ๋ยราคาถูก" ของอินเดีย เป็นเรื่องที่ไทยลอกเลียนแบบได้ยากครับ

1. "อำนาจการต่อรอง" (Global Auction Power) ที่ต่างกันมหาศาล
จริงอยู่ที่อินเดียนำเข้าปุ๋ยเป็นอันดับ 1 ของโลก แต่นี่แหละคือ "ไม้ตาย" ของเขาครับ

• อินเดีย: เวลาจะซื้อปุ๋ย รัฐบาลจะเปิด "ประมูล (Tender)" ทีละเป็นล้านตัน ความใหญ่ระดับนี้ทำให้เขามีอำนาจ "กดราคา" ซัพพลายเออร์ทั่วโลกได้ ใครอยากขายของให้อินเดียต้องยอมลดราคาให้ต่ำสุด ๆ

• ไทย: เรานำเข้าผ่านบริษัทเอกชนหลายเจ้า ต่างคนต่างซื้อในปริมาณที่น้อยกว่ามาก เราจึงอยู่ในฐานะ "ผู้ซื้อรายย่อย" ที่ต้องยอมรับราคาตามกลไกตลาดโลก (Price Taker) ไม่ใช่คนกำหนดราคา (Price Maker) เหมือนอินเดีย

2. ฐานการผลิต: "พึ่งพาตัวเอง" vs "นำเข้า 100%"
• อินเดีย: แม้จะนำเข้าเยอะที่สุด แต่เขาก็มีโรงงานผลิตปุ๋ยยูเรียในประเทศเกือบ 40 แห่ง ซึ่งผลิตตอบโจทย์ความต้องการได้ถึง 80% การนำเข้าคือการเอามา "เติม" ส่วนที่ขาด

• ไทย: เรานำเข้าแม่ปุ๋ย (N-P-K) มาผสมเองเกือบ 100% เราไม่มีเหมืองโพแทสเซียมที่เปิดใช้จริงจัง ไม่มีแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ราคาถูกพอจะทำโรงงานยูเรีย เมื่อต้นทุนโลกขยับ เราจึงไม่มี "เกราะป้องกัน" เลยแม้แต่นิดเดียว

3. "งบประมาณ" ที่ยอมขาดทุนเพื่อความมั่นคง
รัฐบาลอินเดียไม่ได้แค่ต่อราคาเก่ง แต่เขาควักเงินภาษีมหาศาล (ปีละกว่า 8 แสนล้าน ถึง 1 ล้านล้านบาท) เพื่อจ่ายส่วนต่างให้เกษตรกร

• ระบบของอินเดีย: รัฐบาลยอม "ขาดทุนแทนเกษตรกร" โดยการจ่ายเงินอุดหนุนตรงให้บริษัทปุ๋ย เพื่อให้ราคาขายหน้าร้านคงที่ตลอดปี

• ความจริงของไทย: งบประมาณประเทศเราน้อยกว่าเขามาก หากเอาเงินไปทุ่มอุดหนุนปุ๋ยให้ถูกเท่าอินเดีย งบพัฒนาด้านอื่น เช่น แหล่งน้ำ หรือการทำถนนเข้าพื้นที่เกษตร จะหายไปทันที และอาจเสี่ยงต่อการถูกประเทศคู่ค้าฟ้องร้องเรื่องการอุดหนุนที่บิดเบือนการค้าโลก (WTO) อีกด้วย

4. นโยบาย "ปุ๋ยแบรนด์เดียว" (One Nation One Fertilizer)
อินเดียใช้วิธีควบคุมแบบเบ็ดเสร็จ บังคับให้ปุ๋ยที่รัฐอุดหนุนต้องใช้ชื่อแบรนด์เดียวกันคือ "Bharat" เพื่อลดค่าโฆษณา ค่าการตลาด และค่าขนส่งที่ซ้ำซ้อน

• ในไทย: ตลาดปุ๋ยเราเป็น "ตลาดเสรี" มีบริษัทเอกชนแข่งขันกันนับร้อยแบรนด์ การจะไปบังคับให้ทุกคนเลิกใช้แบรนด์ตัวเองแล้วขายชื่อเดียวเป็นเรื่องที่ทำได้ยากในทางกฎหมายและธุรกิจ

5. บทเรียนจากอินเดีย: "ของถูก" อาจไม่ใช่ "ของดี" เสมอไป
การที่ปุ๋ยยูเรียในอินเดียถูกเกินไป ทำให้เกษตรกรโหมใส่แต่ยูเรียจนดินเสีย (Soil Health Crisis) ดินแข็งและพืชอ่อนแอต่อโรค ตอนนี้รัฐบาลอินเดียเองก็เริ่มปวดหัวและพยายามผลักดันให้คนเลิกใช้ปุ๋ยเคมีเยอะเกินไป แล้วหันมาใช้ "ปุ๋ยนาโน" หรือปุ๋ยอินทรีย์แทน

สรุป: แล้วเกษตรกรไทยควรทำอย่างไร?

การรอให้รัฐบาลอุดหนุนปุ๋ยให้ถูกเท่าอินเดียอาจจะเป็นเรื่องที่ยากและไม่ยั่งยืน สิ่งที่พวกเราชาว นาดีดี.คอม ทำได้จริงวันนี้คือ:

1. ใช้ปุ๋ยสั่งตัด: ตรวจดินก่อนใส่ เพื่อให้รู้ว่าดินเราขาดอะไร จะได้ไม่ใส่ทิ้งใส่ขว้าง

2. รวมกลุ่มกันซื้อ: เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองกับร้านค้าในพื้นที่

3. ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ผสม: เพื่อปรับโครงสร้างดินและลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีที่มีราคาผันผวนตามตลาดโลก
เพราะต้นทุนที่ลดได้จริง คือกำไรที่มั่นคงที่สุดครับ!

#นาดีดี #เกษตรไทย #ราคาปุ๋ย #ปุ๋ยอินเดีย #ปุ๋ยสั่งตัด #ลดต้นทุนการผลิต

10/02/2026

ต้นทุนการปลูกและดูแลปาล์ม น้ำมัน

ที่อยู่

1152
Chiang Rai
57290

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:30
อังคาร 08:00 - 17:30
พุธ 08:00 - 17:30
พฤหัสบดี 08:00 - 17:30
ศุกร์ 08:00 - 17:30
เสาร์ 08:00 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

+66811719769

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พญาฟาร์มผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง พญาฟาร์ม:

แชร์