PD Animal Services

PD Animal Services ประสบการณ์ การทำงานในฐานะสัวแพทย์ที่ออกรักษานอกสถานที่

มาดูการฝังเข็มในม้ากันค่ะ!!
29/05/2026

มาดูการฝังเข็มในม้ากันค่ะ!!

ดู ติดตาม และค้นพบเนื้อหาที่กำลังติดเทรนด์เพิ่มเติม

บุคคลทั่วไปก็สามารถเข้าฟังได้นะคะ น้องหมอสอนดีมาก อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าทำไมม้าต้องทำฟันอย่างละปีละ 1 ครั้ง 🥰🥰🥰
16/04/2026

บุคคลทั่วไปก็สามารถเข้าฟังได้นะคะ น้องหมอสอนดีมาก อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าทำไมม้าต้องทำฟันอย่างละปีละ 1 ครั้ง 🥰🥰🥰

🐴 ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมฟังบรรยายพิเศษ “Equine Insight ครั้งที่ 1”ในหัวข้อ
"Equine Dental Disease: Diagnosis & Treatment"
พบกับความรู้เจาะลึกเรื่องโรคฟันในม้า ตั้งแต่การวินิจฉัยไปจนถึงแนวทางการรักษา โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ
🎤 บรรยายโดย: อ.ดร.น.สพ.ณัฐวุฒิ นุชประยูร
📅 วันเสาร์ที่ 18 เมษายน 2569
🕘 เวลา: 9.00 - 12.30 น.
📍 ช่องทาง: Online ผ่าน Google Meet
✅ Highlight ของกิจกรรม:
* เข้าร่วมฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่าย
* ไม่จำกัดคุณสมบัติผู้เข้าชม (เปิดรับทุกคนที่สนใจ)
* มีกิจกรรมตอบคำถามชิงรางวัลพิเศษจาก ชมรมขี่ม้า มหิดล 🎁
* สามารถรับชมวิดีโอย้อนหลังได้ (มีค่าธรรมเนียม โดยรายได้ทั้งหมดจะนำไปบริจาคให้มูลนิธิอนุรักษ์โคกระบือไทยและให้ชีวิตใหม่แก่สัตว์ถูกทอดทิ้ง 🐎❤️)

📝 ลงทะเบียนได้ที่: https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSetnJfs2dCR-9HfHZw9BN7HgOSJMcp9gkDXLT3nYRWWYR0AKQ/viewform?usp=dialog

ปิดรับลงทะเบียน 16 เม.ย. 2569
อย่าลืมมาอัปเดตความรู้เพื่อสุขภาพฟันที่ดีของน้องม้าด้วยกันนะครับ!

หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่
IG : mu.horseriding.club
FB : Mahidol Horse Riding Club

จะสวบกันอย่างเดียวเลยล่ะ เอวาลีนนนน
13/04/2026

จะสวบกันอย่างเดียวเลยล่ะ เอวาลีนนนน

สัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปร่วมเป็นกรรมกาาแข่งม้า Endurance ที่ตรังกานู ประเทศมาเลเซียมาค่ะสนุกมากๆ เปิดโลกมากจริงๆ ขอบ...
05/04/2026

สัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปร่วมเป็นกรรมกาาแข่งม้า Endurance ที่ตรังกานู ประเทศมาเลเซียมาค่ะสนุกมากๆ เปิดโลกมากจริงๆ ขอบคุณ Terengganu International Endurance Park,Lembah Bidong มากๆ ที่ให้ความอนุเคราะห์หมอตัวเล็กๆได้ไปเปิดโลกการทำงานกับทีมงานหมอ Endurance คุณภาพของประเทศมาเลเซียขนาดนี้ค่ะ คราวหน้าขอรบกวนอีกนะคะ 😁🥰

24/11/2025

หมอแปลบความจาก Fox Run Equine Center ไว้ด้านล่างนะคะ
สำหรับโรค EHV ที่กำลังระบาดในเอริกาในขณะนี้ค่ะ

เฮอร์ปี่ไวรัสเป็นไวรัสดีเอ็นเอสายคู่ที่มีเปลือกหุ้ม พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ ส่งผลกระทบต่อโฮสต์หลายชนิด เฮอร์ปี่ไวรัสเป็นที่ทราบกันดีว่าทำให้เกิดการติดเชื้อแฝง (ติดเชื้อแบบไม่ป่วยหรือไม่แสดงอาการ) และไวรัสจะคงอยู่ในโฮสต์เป็นวงจร การแฝงตัวและการกลับมาเป็นซ้ำของไวรัสอย่างต่อเนื่อง หากม้ามีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือภูมิคุ้มกันลดต่ำลง ม้าจะสามารถแพร่เชื้อไวรัสในผู้ติดเชื้อแฝง ม้าที่ติดเชื้อแล้วจะเป็นพาหะของไวรัสตลอดชีวิต

มีเฮอร์ปี่ไวรัสอย่างน้อย 11 ชนิดที่ส่งผลกระทบต่อม้า รวมถึง 5 ชนิดที่ส่งผลกระทบต่อลา ได้แก่ EHV-1, EHV-3 และ EHV-4 ในปี พ.ศ. 2475 ได้มีการค้นพบความสัมพันธ์ระหว่าง EHV-1 กับการแท้งบุตรเป็นครั้งแรก แม้ว่าในตอนแรกจะถูกเรียกว่าไวรัสไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากอาการคล้ายคลึงกับไวรัสชนิดนั้น ต่อมาในปี พ.ศ. 2497 ได้มีการยอมรับว่า EHV-1 ก่อให้เกิดทั้งโรคทางเดินหายใจและการแท้งบุตร ต่อมาไวรัสเหล่านี้ถูกแยกออกเป็น EHV-1 และ EHV-4 แม้ว่าการแยกจะยังไม่สมบูรณ์ และไวรัสแต่ละชนิดอาจทำให้เกิดทั้งโรคทางเดินหายใจและการแท้งบุตร ไวรัส EHV-1 บางสายพันธุ์ทำให้เกิดโรคทางระบบประสาทที่มีอาการอะแท็กเซียและอัมพาต เรียกว่า โรคสมองเสื่อมจากเฮอร์ปี่ไวรัส (EHV-1 Myeloencephalopathy: EHM)
EHV-1 เกี่ยวข้องกับทั้งโรคทางระบบประสาทและระบบทางเดินหายใจ อาการทางระบบประสาทปรากฏขึ้นเนื่องจากความเสียหายของหลอดเลือดในสมองและไขสันหลังที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ EHV การรบกวนการไหลเวียนเลือดนำไปสู่ความเสียหายของเนื้อเยื่อและการสูญเสียการทำงานตามปกติของส่วนต่างๆ ในสมองและไขสันหลังตามมา นอกจากนี้ยังทำให้เกิดการแท้งบุตรและการเจ็บป่วยในลูกม้าแรกเกิด ส่วน EHV-4 จำกัดอยู่ในทางเดินหายใจ การแท้งบุตรและไขสันหลังอักเสบเกิดจากหลอดเลือดอักเสบที่เกิดจากไวรัส
อาการทางคลินิกของ EHV1/4 โดยทั่วไป ได้แก่ ไข้ น้ำมูกไหลเป็นเลือด และไอ การติดเชื้อแบคทีเรียรองอาจทำให้เกิดน้ำมูกไหลเป็นหนอง อาจมีของเหลวไหลออกจากลูกตาและต่อมน้ำเหลืองโตร่วมด้วย อัตราการเจ็บป่วยอาจค่อนข้างสูง อาการทางคลินิกของโรคทางเดินหายใจจะรุนแรงกว่าในสัตว์อายุน้อย
ม้าท้องที่ติดเชื้อจะแท้งลูกหลังจากติดเชื้อ 2-12 สัปดาห์ ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์ และจะไม่ส่งผลกระทบต่อความสมบูรณ์พันธุ์ในอนาคต ทารกในครรภ์ที่แท้งลูกเป็นทารกที่ยังใหม่ การแท้งลูกอาจเกิดขึ้นทีละตัว หรือเกิดขึ้นพร้อมกันภายในฝูง
เมื่อลูกม้าที่ติดเชื้อคลอดลูกออกมา จะมีอาการปอดอักเสบรุนแรง ดีซ่านจากการติดเชื้อที่ตับ และภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำอย่างรุนแรงเนื่องจากไขกระดูกถูกทำลาย

อาการของโรค EHM ได้แก่:
• มีไข้ก่อนมีอาการทางระบบประสาท (ทั้งในม้าที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น EHM หรือในม้าที่เคยสัมผัสกับม้าที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น EHM)
• เดินไม่ตรง ไม่สามารถก้าวเท้าได้อย่างปกติ
• ปัสสาวะไหลหยด
• หางอ่อนแรง
• ขาหลังอ่อนแรง
• พิงกำแพงหรือรั้วเพื่อรักษาสมดุล
• อ่อนแรง
• ลุกขึ้นไม่ได้
การวินิจฉัยขึ้นอยู่กับประวัติและอาการทางคลินิก ควบคู่ไปกับการตรวจทางห้องปฏิบัติการ “มาตรฐานสูงสุด” คือการแยกเชื้อไวรัส (virus isolation) แต่ต้องใช้เวลา และอัตราการขับเชื้อไวรัสอาจไม่สูงพอที่จะตรวจพบได้ อีกวิธีคือ การตรวจตัวอย่างซีรัมในระยะเฉียบพลันและระยะพักฟื้น ซึ่งใช้เวลาตรวจครั้งที่ 1 และ 2 ห่างกัน 4 สัปดาห์ โดยจะตรวจหาแอนติบอดีที่เพิ่มขึ้นสี่เท่าจะการตรวจครั้งแรก ปัจจุบันการตรวจด้วยปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรส (PCR) เป็นการตรวจวินิจฉัยที่ได้รับความนิยมเนื่องจากมีความไวและความจำเพาะสูง ตัวอย่างที่สามารถตรวจได้ ได้แก่ ซีรัม ตัวอย่างของเหลวจากโพรงจมูก และน้ำไขสันหลัง ไม่แนะนำให้ทำการทดสอบม้าที่มีสุขภาพดี เนื่องจากเชื้อไวรัสมีอยู่ทั่วไปและอยู่ในระยะแฝงในม้าส่วนใหญ่ การแปลผลควรทำด้วยความระมัดระวัง โดยทดสอบเฉพาะม้าที่มีอาการทางคลินิกที่เหมาะสมเท่านั้น
การรักษา EHV-1/4 ส่วนใหญ่เป็นการรักษาแบบประคับประคอง แม้ว่าสามารถใช้ยาต้านไวรัสสำหรับม้าที่มีอาการทางระบบประสาท (myeloencephalopathy, EHM) ได้ ม้าที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียรองในระบบทางเดินหายใจหรือทางเดินปัสสาวะ สามารถรักษาด้วยยาปฏิชีวนะร่วมได้ ยาปฏิชีวนะไม่ได้รักษาการติดเชื้อไวรัส การรักษาด้วยยาต้านการอักเสบจะช่วยสำหรับม้าที่มีไข้และระบบประสาทบกพร่อง อาจจำเป็นต้องใส่สายสวนปัสสาวะและล้วงทวารหนักเนื่องจากไม่สามารถขับปัสสาวะและอุจจาระได้
ลูกม้าที่ติดเชื้อ EHV-1 ในครรภ์มีโอกาสรอดชีวิตน้อยมากแม้จะได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างเข้มข้น สามารถพิจารณาใช้ยาต้านไวรัส เช่น อะไซโคลเวียร์ หรือวาลาไซโคลเวียร์
อาการทางคลินิกอาจดีขึ้นภายใน 6-12 เดือน และอาจยังคงอยู่แม้ในระยะที่ไม่รุนแรง ม้าหลายตัวที่ได้รับผลกระทบสามารถกลับมาเล่นกีฬาได้ ม้าที่กลับมานอนราบ ลุกไม่ได้จะมีการพยากรณ์การรอดชีวิตที่ไม่ดีนัก
ม้ายังเป็นพาหะของไวรัส EHV-3 ซึ่งเป็นไวรัสอัลฟาเริม (เช่นเดียวกับ EHV-1 และ EHV-4) ที่ทำให้เกิดผื่นแดงบริเวณอวัยวะเพศในม้า แต่โดยทั่วไปไม่เกี่ยวข้องกับอาการเจ็บป่วยทั่วร่างกาย ผื่นแดงบริเวณอวัยวะเพศเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ติดต่อได้ง่ายและหายได้เอง ติดต่อได้โดยการมีเพศสัมพันธ์ แมลง อุจจาระ และการหายใจ เป็นโรคประจำถิ่นในม้าส่วนใหญ่ อาจติดต่อได้ในน้ำอสุจิสดหรือแช่แข็ง
อวัยวะเพศภายนอกของม้าพ่อพันธุ์และม้าแม่พันธุ์มีรอยโรคตุ่มหนองที่เจ็บปวด อาการทางคลินิกจะปรากฏภายในหนึ่งสัปดาห์หลังการติดเชื้อ ประกอบด้วยตุ่มสีแดงจำนวนมากที่อวัยวะเพศเมีย

บทความเต็มนะคะ
https://www.facebook.com/share/p/1Cc7jUrcXb/

Send a message to learn more

โคลิก ไม่ใช่แค่ "ปวดท้อง" หมอเบลจากโรงพยาบาลกำแพงแสน เขียนไว้ดีมากๆเลยเข้าไปอ่านกันเยอะๆนะคะ ♥️♥️
20/09/2025

โคลิก ไม่ใช่แค่ "ปวดท้อง" หมอเบลจากโรงพยาบาลกำแพงแสน เขียนไว้ดีมากๆเลย
เข้าไปอ่านกันเยอะๆนะคะ ♥️♥️

สำหรับในฉบับนี้เราจะพาคุณหมอทุกท่านมารู้จักคำว่า โคลิก (colic) ในม้ากันว่าหมายความว่าอะไร และมีความสำคัญอย่างไรบ้าง
ภาวะโคลิก (colic) เป็นคำที่อาจฟังดูคุ้นหู โดยเฉพาะในบริบทของอาการปวดท้องในเด็กทารกที่ร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน แต่ในทางสัตวแพทย์ โดยเฉพาะกับม้า คำว่า "โคลิก" กลับหมายถึง ภาวะปวดท้องเฉียบพลันที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะบริเวณลำไส้ ไม่ว่าจะเกิดจากการอุดตัน แก๊สสะสม หรือการอักเสบภายในลำไส้ อย่างไรก็ตาม ภาวะโคลิกในม้าไม่จำกัดอยู่แค่ปัญหาทางเดินอาหารเท่านั้น แต่ยังอาจสัมพันธ์กับปัญหาจากระบบอื่น เช่น ปวดท้องจากการคลอด ปัสสาวะลำบากจากกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือปวดไส้เลื่อน ก็สามารถทำให้เกิดอาการคล้ายโคลิกได้เช่นกัน
อาการของม้าที่มีภาวะโคลิกสามารถแสดงออกมาได้หลากหลายพฤติกรรม ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงและความทนทานต่อความเจ็บปวดของม้าแต่ละตัว โดยสามารถแบ่งระดับอาการได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ กลุ่มอาการปวดท้องที่ไม่รุนแรง เช่น อาการซึม ไม่อยากกินอาหาร ไม่ดื่มน้ำ คุ้ยพื้น ปริมาณอุจจาระน้อยลง หรือไม่มีอุจจาระเลย ซึ่งเจ้าของหรือผู้เลี้ยงอาจจะไม่สังเกตเห็นหากม้าเลี้ยงรวมกันหลายตัว กลุ่มอาการปวดท้องระดับปานกลาง เช่น เหงื่อออก นอนกลิ้งตัว ผุดลุกผุดนั่ง คุ้ยพื้นอย่างรุนแรง ยกขาหลังคล้ายจะเตะท้อง กระวนกระวาย
ซึ่งอาการดังกล่าวเจ้าของหรือคนเลี้ยงม้าจะสามารถสังเกตเห็นได้ว่าม้ามีอาการผิดปกติ แสดงถึงต้นเหตุของปัญหาปวดท้องว่าได้ดำเนินล่วงหน้าไปก่อนแล้วระยะหนึ่ง เกิดความเสียหายของเนื้อเยื่อที่ต้องการการรักษาเพื่อฟื้นคืนสภาพมากยิ่งขึ้น และในกลุ่มอาการปวดท้องระดับรุนแรง เช่น การทิ้งตัวลงนอนกับพื้น (ภาพที่ 1 - ดูภาพได้ที่บทความบนเว็บไซต์) การปวดมากอย่างต่อเนื่องที่ยาแก้ปวดก็ไม่สามารถบรรเทาอาการปวดให้ทุเลาลงได้ ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาโดยด่วน มิฉะนั้นอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ (Bussieres et al., 2008) หากพบอาการดังกล่าวข้างต้นขึ้นกับม้าที่เลี้ยงดูอยู่ ให้สงสัยว่าเกิดอาการโคลิกขึ้น และควรรีบปรึกษาสัตวแพทย์ด้านม้าในทันที
จากการเก็บข้อมูลม้าป่วยย้อนหลังตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 - 2567 ที่เข้ารับการรักษาที่คลินิกม้า โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน จ.นครปฐม พบม้ามีอาการโคลิกจำนวนทั้งสิ้น 731 ตัว โดยแบ่งออกเป็นเคสอายุรกรรม 62.79% (459/731) เคสศัลยกรรม 28.73% (210/731) และเคสที่ตัดสินใจทำการการุณฆาตหลังจากการตรวจ เนื่องจากการพยากรณ์โรคที่รุนแรงมากหรือเคสที่เจ้าของยุติการรักษาหรือตาย 8.48% (62/731) โดยแบ่งเป็น 5.3% (39/731) จากสาเหตุที่เจ้าของไม่สามารถจ่ายค่ารักษาได้ 2.2% (16/731) จากสาเหตุที่มีพยากรณ์โรครุนแรงจึงตัดสินใจการุณฆาต และ 0.9% (7/731) จากเมื่อมาถึงโรงพยาบาลและตายก่อนได้รับการรักษาด้วยพยากรณ์โรครุนแรง (ภาพที่ 2 - ดูภาพได้ที่บทความบนเว็บไซต์)
ในกลุ่มที่ได้รับการรักษาแล้ว อัตราการรอดชีวิตของเคสอายุรกรรมอยู่ที่ 92.59% ขณะที่ การผ่าตัดให้ผลรอดชีวิตที่ 66.19% โดยปัจจัยที่ลดโอกาสรอดชีวิต เช่น การวินิจฉัยที่ล่าช้า หรือมีพยากรณ์โรคที่ไม่ดีตั้งแต่แรกเริ่ม
สาเหตุหลักของโคลิกที่พบได้บ่อย ได้แก่ ภาวะอัดแน่นในกระเพาะอาหาร 23.1% (169/731) ภาวะอัดแน่นในลำไส้ใหญ่ 21.1% (154/731) และภาวะลำไส้ใหญ่ย้ายตำแหน่ง 8.6% (63/731) ตามลำดับ บางกรณีมีการทำการุณยฆาตระหว่างการผ่าตัด 4.5% (33/731) เนื่องจากพยากรณ์โรคที่ไม่ดี สาเหตุมาจากลำไส้ที่เสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้เป็นบริเวณกว้าง การทะลุของลำไส้ ไส้เลื่อนกะบังลม และภาวะหัวใจและหลอดเลือดล้มเหลว
จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น พบว่าสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะโคลิกในม้าคือภาวะอัดแน่นในกระเพาะอาหาร (ภาพที่ 3 - ดูภาพได้ที่บทความบนเว็บไซต์) และภาวะอัดแน่นในลำไส้ใหญ่ ซึ่งสอดคล้องกับรายงานของ Apichaimongkonkun และคณะ (2016) ที่ระบุว่าม้าพื้นเมืองไทยมีความเสี่ยงต่อภาวะอัดแน่นในกระเพาะอาหารเนื่องจากการให้อาหารในปริมาณมากต่อมื้อ ขณะที่ความถี่ของการให้อาหารต่อวันมีน้อย นอกจากนี้ ชนิดและคุณภาพของอาหารหยาบ (roughage) ที่ไม่เหมาะสม เช่น การใช้หญ้าเนเปียร์ซึ่งมีใบขนาดใหญ่และลำต้นแข็ง ส่งผลให้ม้าเคี้ยวอาหารได้ไม่ดีและเพิ่มโอกาสเกิดการอัดแน่นในระบบทางเดินอาหาร รวมถึงปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมและการจัดการเลี้ยงดูก็มีบทบาทสำคัญต่อการเกิดภาวะโคลิก โดยพบว่าการเลี้ยงม้าในบริเวณที่มีสิ่งแปลกปลอม เช่น เชือก ถุงพลาสติก เส้นลวด หินกรวด และทราย อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการอุดตันของทางเดินอาหาร
นอกจากนี้การให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างไม่ถูกต้อง อาทิ การป้อนน้ำมันพืชเพื่อหวังให้ช่วยหล่อลื่นและระบายสิ่งอุดตัน อาจส่งผลให้เกิดภาวะลำไส้อักเสบและท้องเสียตามมา ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้สะท้อนถึงความจำเป็นในการให้ความรู้แก่เกษตรกรเกี่ยวกับการดูแลม้าอย่างถูกต้องเพื่อป้องกันภาวะโคลิก การเฝ้าระวังอาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และการนำม้าเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงทีสามารถเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการรักษา ลดอัตราการเสียชีวิต และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลได้
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของบทความเท่านั้น อ่านบทความฉบับเต็มพร้อมหัวข้อเรื่องการวินิจฉัยภาวะ colic ในม้าพร้อมภาพและตารางประกอบต่อได้ที่ : https://readvpn.com/article/detail/2451
บทความโดย : สพ.ญ.ธวัลหทัย อภิชัยมงคลกุล - สัตวแพทย์ประจำคลินิกม้า โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน
สำหรับคุณหมอสัตวแพทย์ที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก
ตอนนี้ทาง VPN มีโปรโมชั่นน่าสนใจอยู่นะ
💙 อ่านออนไลน์ จ่ายถูกกว่า -
สำหรับสัตวแพทย์ท่านที่สมัครสมาชิกแบบอ่านออนไลน์ (ไม่รับหนังสือ) จ่ายเพียง 1,500 บาท/ปี เท่านั้น และยังสามารถทำ CE online ในเว็ปไซต์ได้ตามปกติ
💙 อ่านจากเล่ม เน้นสะสม -
สำหรับท่านที่สมัคร/ต่ออายุสมาชิกแบบรับหนังสือ (สามารถใช้งานเว็ปไซต์และทำ CE online ได้ด้วย)
📍 ได้ทำ CE online มากกว่า 40 คะแนน/ปี
📍 ดาวโหลด E-book ไปอ่านได้
📍 ใช้งานเว็ปไซต์ได้เต็มรูปแบบ
📍 E-learning online course
ดูรายละเอียดแพคเกจ
และสมัครออนไลน์ด้วยตัวเองได้ที่ https://www.readvpn.com/register
หรือสอบถามเพิ่มเติม
add Line :

ไม่ได้อัพนาน ยังทำงานเป็นหมอม้าอยู่นะคะ 😅
11/09/2025

ไม่ได้อัพนาน ยังทำงานเป็นหมอม้าอยู่นะคะ 😅

ดูวิดีโอของ PD Animal Services By หมอนุ้ย

หมอทำไร หมอทำไร หมอทำไร 🤣
14/07/2025

หมอทำไร หมอทำไร หมอทำไร 🤣

ท้องแล้วก็กลับบ้านสิคะะะะทำรอบอยู่หลายเดือน ในที่สุดดด ❤ยินดีกับเจ้าของด้วยค่า
30/06/2025

ท้องแล้วก็กลับบ้านสิคะะะะ
ทำรอบอยู่หลายเดือน ในที่สุดดด ❤
ยินดีกับเจ้าของด้วยค่า

21/06/2025

กรุงเทพ-สุพรรณ-ชัยนาถ-พิษณุโลก-น่าน ใน 2 วัน
ขากลับ มีใครอยากโบกมือทักกวักมือเรียกเพิ่มไหมคะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว 😂😂

เจอกันนะค้าา
05/06/2025

เจอกันนะค้าา

🐎 ตารางอัพเดตสกิลหัวข้อ "Equine" วันที่ 2 มาแล้ว ! 🐎
🛎️ พบกันวันพฤหัสบดี ที่ 5 มิถุนายน 2568 @ห้อง 105
👉 [บรรยายเป็นภาษาไทย]

🐎 The updated skill-building schedule for "Equine" - Day 2 is here! 🐎
🛎️ Join us on Thursday, June 5, 2025 105
This session will be delivered in Thai.
📌Haven’t registered yet? Onsite registration is still available at the venue.

📮ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมทาง
For more information, follow us on:
📞LINE Official Account: (https://lin.ee/jBb1ORy)
📪 Facebook: VRVC Thailand
📇Website: www.vpatthailand.org

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ PD Animal Servicesผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์