18/09/2026
https://www.facebook.com/61573723354782/posts/122192074472790778/?
การถูกเห็บกัดไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยที่จบลงแค่รอยแดงหรือแค่อาการคัน เมื่อศูนย์ไวรัสวิทยาคลินิก จุฬาฯ และกรมควบคุมโรค กำลังจับตาโรคหนึ่งที่มากับเห็บอย่างใกล้ชิด นั่นคือ SFTS หรือ "โรคไข้สูงร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำ"
ทีมวิจัยของจุฬาฯ ที่ติดตามโรคนี้มากว่า 7 ปี เจอผู้ป่วยสะสมแล้ว 53 ราย เสียชีวิต 5 ราย กระจายอยู่หลายภาคทั่วประเทศ ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุหรือมีโรคประจำตัว ส่วนอัตราการเสียชีวิตของโรคนี้จากรายงานทั่วโลกมีตั้งแต่ราว 5-10% ไปจนถึงกว่า 30% แล้วแต่พื้นที่และกลุ่มคนไข้ที่ศึกษา นับว่าน่ากลัวไม่น้อยเลยค่ะ
📕ทำความรู้จัก SFTS
โรคนี้เกิดจากไวรัส Dabie bandavirus เป็น RNA virus (ชื่อเดิมคือ SFTSV) ไม่ใช่โรคใหม่ มีการค้นพบและศึกษามานานกว่า 15 ปีแล้ว พบมากในจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้
พาหะหลักคือเห็บ แต่คนละชนิดกันในแต่ละประเทศ — ที่จีนมักเป็นเห็บเขายาว ส่วนในไทยตัวการหลักคือ เห็บสุนัขสีน้ำตาล ที่เจอได้ทั่วไปตามหมา วัว ควาย หรือสัตว์จรจัด ล่าสุดกรมควบคุมโรคตรวจเจอเชื้อไวรัสในเห็บชนิดนี้จริง ยืนยันแล้วว่าเป็นพาหะในบ้านเรา
📕ติดเชื้อได้ยังไงบ้าง
1. โดนเห็บกัดโดยตรง เชื้อในน้ำลายเห็บจะเข้าสู่กระแสเลือดทันทีตอนมันดูดเลือดเรา
2. บี้เห็บด้วยมือเปล่า หลายคนดึงเห็บออกจากหมาแล้วบี้ทิ้งเลย ของเหลวจากตัวเห็บอาจซึมเข้าทางแผลเล็ก ๆ บนมือ หรือกระเด็นเข้าตา เข้าจมูกได้
3. สัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งของคนที่ป่วยโดยไม่ป้องกัน ก็ติดจากคนสู่คนได้เหมือนกัน
📕ร่างกายเกิดอะไรขึ้นบ้าง?
หลังรับเชื้อ ใช้เวลาประมาณ 5-14 วันกว่าจะเริ่มมีอาการ ซึ่งช่วงแรกจะคล้ายไข้เลือดออกมาก คือไข้สูงเฉียบพลัน ปวดหัว ปวดเมื่อยตัว อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลว
ในร่างกาย ไวรัสจะเข้าไปจับกับเซลล์เม็ดเลือดขาวบางชนิด แล้วไปกดระบบเตือนภัยของภูมิคุ้มกันไม่ให้ทำงาน ทำให้เชื้อแบ่งตัวเร็วมาก ร่างกายเลยตอบโต้แรงเกินไปจนเกิด "พายุไซโตไคน์" (การอักเสบทั่วร่างกายแบบรุนแรง) ตามมาด้วยม้ามที่เริ่มทำลายเม็ดเลือดของตัวเอง ทำให้เกล็ดเลือดกับเม็ดเลือดขาวต่ำอย่างรวดเร็ว เลือดหยุดไหลยาก มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง ถ้าอาการหนักขึ้นอาจลามไปถึงไตวาย หัวใจอักเสบ สมองอักเสบ หรืออวัยวะล้มเหลวหลายระบบ
📕ตรวจและรักษาอย่างไร?
เพราะอาการคล้ายไข้เลือดออกหรือไข้รากสาดใหญ่มาก หมอจะเริ่มดูจากผลเลือด (CBC) และค่าตับที่มักสูงขึ้นก่อน แล้วยืนยันด้วยการตรวจหาสารพันธุกรรมไวรัสด้วยวิธี RT-PCR
ตอนนี้ยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะและยังไม่มีวัคซีน หมอจึงรักษาตามอาการเป็นหลัก เช่น ให้น้ำเกลืออย่างระวัง ให้เกล็ดเลือดทดแทน ฟอกไตถ้าไตวาย และเฝ้าดูอาการใกล้ชิดในไอซียู
📕ป้องกันยังไงดี
1. ให้ยากันเห็บหมัดสัตว์เลี้ยงสม่ำเสมอ ทั้งแบบหยดหลังหรือแบบกิน
2. ห้ามบี้เห็บด้วยมือเปล่า ให้ใช้แหนบคีบที่หัวเห็บใกล้ผิวหนังที่สุด แล้วดึงตรง ๆ ขึ้นมา จากนั้นทิ้งลงแอลกอฮอล์หรือน้ำสบู่
3. เข้าป่า ทุ่งหญ้า หรือที่เลี้ยงสัตว์ ให้ใส่เสื้อผ้ามิดชิด กางเกงขายาวสอดชายในถุงเท้า และฉีดสเปรย์กันแมลงที่มี DEET หรือ Icaridin
4. ถ้ามีไข้สูงเฉียบพลันหลังโดนเห็บกัดหรือใกล้ชิดสัตว์เลี้ยงในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ให้รีบไปหาหมอ และบอกประวัติโดนเห็บกัดให้ชัดเจนด้วยนะคะ
สรุป SFTS เป็นโรคจากเห็บที่ไม่ธรรมดา เพราะแม้พบไม่บ่อยแต่รุนแรงถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือมีโรคประจำตัว จุดที่อยากให้ทุกคนจำไว้คือ "ห้ามบี้เห็บด้วยมือเปล่า" และถ้ามีไข้สูงเฉียบพลันหลังโดนเห็บกัดหรือใกล้ชิดสัตว์เลี้ยง อย่าปล่อยไว้ รีบไปพบแพทย์และแจ้งประวัติให้ชัดเจน เพราะการวินิจฉัยไว รักษาไว คือกุญแจสำคัญที่สุดของโรคนี้เลยค่ะ❤️
อ้างอิง
1. กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2568). แนวทางการเฝ้าระวัง สอบสวน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัส SFTS.
2. Casel, M. A., Park, S. J., & Choi, Y. K. (2021). Severe fever with thrombocytopenia syndrome virus: emerging novel phlebovirus and their control strategy. Experimental & Molecular Medicine, 53(5), 713–722.
3. Yu, X. J., et al. (2011). Fever with thrombocytopenia associated with a novel bunyavirus in China. The New England Journal of Medicine, 364(16), 1523–1532.
#ไวรัสจากเห็บ #เห็บสุนัข #วิทยาศาสตร์การแพทย์ #เทคนิคการแพทย์ #เตือนภัยสุขภาพ #สุขภาพน่ารู้