Hermes Luxury Cat Home

เส้นทาง

Hermes Luxury Cat Home Hermes Luxury Cat Home สวรรค์ของคนรักแมว

พาน้องเทียนหอมมาทักทายยามดึกค่ะ ฝันดีนะคะ จู๊ดไนท์~
04/10/2022

พาน้องเทียนหอมมาทักทายยามดึกค่ะ

ฝันดีนะคะ จู๊ดไนท์~

สวัสดียามค่ำค่ะ เราแวะมาแจกความน่ารักสดใสของน้อง Munchkin Fold ก่อนนอนกันค่าาา 🥰🥰😘😘
19/09/2022

สวัสดียามค่ำค่ะ เราแวะมาแจกความน่ารักสดใสของน้อง Munchkin Fold ก่อนนอนกันค่าาา 🥰🥰😘😘

หนุ่มหล่อ สาวสวยจากบ้านเราเองค่าาา
19/09/2022

หนุ่มหล่อ สาวสวยจากบ้านเราเองค่าาา

ยินดีต้อนรับลูกๆของคุณแม่เฮร่า สายพันธุ์ British Shorthair ค่าาาาน้องเกิดเมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมานี้เองค่ะ
12/09/2022

ยินดีต้อนรับลูกๆของคุณแม่เฮร่า สายพันธุ์ British Shorthair ค่าาาา

น้องเกิดเมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมานี้เองค่ะ

นำชมลูกพ่อดาวเหนือฮับKinkalow น่ารักๆ จากบ้านของพวกเราเองค่าาา
07/09/2022

นำชมลูกพ่อดาวเหนือฮับ

Kinkalow น่ารักๆ จากบ้านของพวกเราเองค่าาา

เตรียมโบกรถโรงเรียนเร็วๆนี้กันเลยค่าาาาพ่อของพวกเราเป็น British Shorthair สายเลือดแชมป์แม่ของพวกเราเป็น Scottish Foldพวก...
07/09/2022

เตรียมโบกรถโรงเรียนเร็วๆนี้กันเลยค่าาาา

พ่อของพวกเราเป็น British Shorthair สายเลือดแชมป์
แม่ของพวกเราเป็น Scottish Fold
พวกเราเกิดวันที่ 15 ส.ค. 2565

พร้อมจองที่นั่งในโรงเรียนตุลาคมนี้ ใครอยากไปกับพวกเราบ้างเอ่ยยยย??

โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมวโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมวเป็นโรคที่เป็นอันตรายถึงชีวิต เกิดขึ้นได้กับแมวและลูกแมว แมวหร...
05/09/2022

โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว

โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมวเป็นโรคที่เป็นอันตรายถึงชีวิต เกิดขึ้นได้กับแมวและลูกแมว แมวหรือลูกแมวที่เป็นโรคนี้มีสัดส่วนที่น้อยมาก โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อยซึ่งมีชื่อว่า ไวรัสโคโรนาในแมว

โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมวคืออะไร
โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว (Feline Infectious Peritonitis หรือ FIP) เป็นโรคที่เป็นอันตรายถึงชีวิต เกิดขึ้นได้กับแมวและลูกแมว แมวหรือลูกแมวที่เป็นโรค FIP มีสัดส่วนที่น้อยมาก โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อยซึ่งมีชื่อว่า ไวรัสโคโรนา ในแมว

ไวรัสโคโรนาในแมวคืออะไร
ไวรัสโคโรนาในแมวเป็นไวรัสที่ติดต่อระหว่างแมวผ่านการสัมผัสกับอุจจาระที่ติดเชื้อ ทั้งนี้ การติดต่อสามารถเกิดขึ้นได้เวลาที่แมวแต่งขนให้กัน หรือเวลาที่แมวใช้กระบะทราย ชามอาหาร หรืออุปกรณ์แปรงขนร่วมกัน

ไวรัสโคโรนาในแมวทำให้เกิดโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมวได้อย่างไร
มีไวรัสโคโรนาในแมวอยู่สองชนิดที่ส่งผลต่อแมวและลูกแมว ได้แก่
• ไวรัสโคโรนาที่ลำไส้
• ไวรัสโคโรนาที่เป็นสาเหตุของโรค FIP

เจ้าไวรัสโคโรนา "ที่ลำไส้" นี้จะจำกัดบริเวณอยู่ในลำไส้เป็นหลัก ไวรัสจะแบ่งตัวในลำไส้และทำให้มีอาการท้องเสีย ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเกิดในลูกแมวมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าลูกแมวอาศัยร่วมกับแมวตัวอื่นๆ

ส่วนไวรัสโคโรนาที่เป็นสาเหตุของโรค FIP ปัจจุบันได้รับการพิจารณาว่าเป็นไวรัสที่กลายพันธุ์จากไวรัสโคโรนาที่ลำไส้ นักวิทยาศาสตร์ยังไม่เข้าใจว่าไวรัสโคโรนาที่ไม่ค่อยร้ายแรงนั้นกลายพันธุ์เป็นโรค FIP ที่อันตรายถึงชีวิตได้อย่างไร

จะเกิดอะไรขึ้นกับแมวที่เป็นโรค FIP
แมวที่เป็นโรค FIP อาจทุกข์ทรมานกับอาการ
• มีของเหลวในช่องอกหรือช่องท้อง ซึ่งเรียกว่าโรค FIP แบบ "เปียก"
• มีตุ่มขึ้น (เนื้องอก) ในอวัยวะภายใน ซึ่งเรียกว่าโรค FIP แบบ "แห้ง"

โรค FIP มีอาการอย่างไร
แมวหรือลูกแมวจะแสดงอาการหลายอย่างจากโรค FIP ได้แก่
• มีไข้
• อาเจียน
• เบื่ออาหาร
• ท้องเสีย
• ชัก

สัตวแพทย์สามารถทดสอบว่าแมวเป็นโรค FIP ได้หรือไม่
ปัจจุบัน สัตวแพทย์สามารถเข้าถึงเทคนิคเฉพาะทางต่างๆ ที่ช่วยในการตรวจหาการมีอยู่ของไวรัสโคโรนา อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์นี้ไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างไวรัสโคโรนาที่ลำไส้กับไวรัสโคโรนาที่เป็นสาเหตุของโรค FIP ได้
ซึ่งหมายความว่าไม่มีการทดสอบเฉพาะทางสำหรับโรค FIP

สัตวแพทย์จะทำการทดสอบเหล่านี้ตอนไหน
สัตวแพทย์จะทำการทดสอบแบบนี้เพื่อช่วยในการวินิจฉัยแมวที่ป่วย สัตวแพทย์จะแปลผลการทดสอบเหล่านี้อย่างระมัดระวังโดยวิเคราะห์ปัจจัยอื่นๆ อีกหลายประการ เช่น สภาพแวดล้อมที่แมวหรือลูกแมวอาศัยอยู่ อาการแสดงออกของโรค และผลการทดสอบอื่นๆ ที่มีการทำขึ้น

มีวัคซีนป้องกันโรค FIP หรือไม่

มีวัคซีนสำหรับโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว แต่ยังคงมีการถกเถียงกันเรื่องประสิทธิภาพของวัคซีน
ลูกแมวทุกตัวจะต้องได้รับวัคซีนหลักซึ่งประกอบด้วย
• โรคหวัดแมว ทั้งไวรัสเริมในแมว (fHV) และไวรัสคาลิไซในแมว (FCV)
• ไวรัสโรคไข้หัดในแมว (FPV)
• ไวรัสมะเร็งเม็ดเลือดขาวในแมว (FeLV)

เนื่องจากวัคซีนสำหรับโรค FIP ไม่ได้อยู่ในหมวดหมู่วัคซีนหลัก จึงไม่มีการฉีดวัคซีนสำหรับโรคนี้ให้ลูกแมวหรือแมวทุกตัว เพื่อให้เข้าใจว่าวัคซีนอะไรบ้างที่จำเป็นสำหรับลูกแมวของคุณ คุณควรขอคำปรึกษาจากสัตวแพทย์ สัตวแพทย์จะให้คำแนะนำตามวิถีชีวิตของแมวโดยวิเคราะห์จากปัจจัยต่างๆ เช่น แมวมักอยู่นอกบ้านและสัมผัสกับแมวตัวอื่นๆ หรือไม่ ถ้าคุณมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพลูกแมวของคุณหรือมีคำถามใดๆ เกี่ยวกับวัคซีนที่ลูกแมวควรได้รับ คุณสามารถขอคำปรึกษาจากสัตวแพทย์ได้เสมอ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.royalcanin.com/th/cats/kitten/feline-infectious-peritonitis
และภาพจาก https://en.basmifipthailand.com/post/what-is-fip-feline-infectious-peritonitis-in-cats

วันที่ 1 กันยายน เป็นวันแมวส้มนะคะบ้านไหนมีแมวส้มมาอวดโฉมกันหน่อยค่าาา
01/09/2022

วันที่ 1 กันยายน เป็นวันแมวส้มนะคะ

บ้านไหนมีแมวส้มมาอวดโฉมกันหน่อยค่าาา

ปัญหาการฉีดยาคุมกำเนิดในสุนัขและแมว (ตอนที่ 2)การคุมกำเนิดที่เหมาะสม ควรทำอย่างไรในทางปฏิบัติมีวิธีการคุมกำเนิดในสุนัขแล...
01/09/2022

ปัญหาการฉีดยาคุมกำเนิดในสุนัขและแมว (ตอนที่ 2)

การคุมกำเนิดที่เหมาะสม ควรทำอย่างไร
ในทางปฏิบัติมีวิธีการคุมกำเนิดในสุนัขและแมว 2 วิธี ดังนี้

1.การผ่าตัดทำหมัน
วิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการคุมกำเนิดสัตว์ เพราะการผ่าตัดทำหมัน นอกจากจะช่วยลดประชากรสัตว์ได้อย่างแน่นอนแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะมดลูกอักเสบ และเนื้องอกเต้านมในสัตว์อีกด้วย ซึ่งทั้งสองภาวะนี้ สามารถเกิดขึ้นได้ในเมื่อสัตว์มีอายุมากขึ้นอยู่แล้ว การผ่าตัดทำหมัน จะช่วยให้สัตว์มีชีวิตยืนยาว สามารถอยู่กับ เจ้าของได้นานมากขึ้น หลายคนเชื่อว่าการผ่าตัดทำหมันเป็นการทรมานสัตว์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การผ่าตัดทำหมัน อยู่ในความควบคุมของสัตวแพทย์ ซึ่งมีการวางยาสลบ ทำให้สัตว์ไม่รู้สึกเจ็บปวด และเมื่อผ่าตัดเสร็จแล้วก็จะมีการให้ยาปฏิชีวนะ และยาบรรเทาปวด อาจจะมีเจ็บแผลบ้างเล็กน้อย แต่ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด หลังจากผ่าตัดทำหมันแล้ว ฮอร์โมนเพศของสัตว์จะลดลง ทำให้การเผาผลาญลดลง จึงเป็นสาเหตุให้สัตว์อ้วนได้ ดังที่พบเห็นกันได้ทั่วไป แต่หากหลังผ่าตัดทำหมัน มีการควบคุมปริมาณพลังงานในอาหารให้ลดลง 30% และมีการออกกำลังกายที่เหมาะสม ก็จะทำให้สัตว์ไม่อ้วน

2.การแยกสัตว์เลี้ยงเพศผู้และเพศเมีย ในช่วงที่สัตว์เพศเมียแสดงอาการเป็นสัด

แมวเพศเมียจะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ เริ่มติดสัดได้ตั้งแต่อายุประมาณ 4-5 เดือนขึ้นไป แต่ต้องขึ้นอยู่กับฤดูผสมพันธุ์ของแมวด้วย เนื่องจากแมวเป็นสัตว์ที่ผสมตามฤดู (ไม่ได้มีวงรอบทุก ๆ เดือนเหมือนในคน) ฤดูผสมพันธุ์ของแมวจะเป็นช่วงที่กลางวันยาวนานกว่ากลางคืน (ฤดูร้อน) แต่ในประเทศไทยที่ไม่ค่อยมีความแตกต่างเรื่องช่วงแสงกลางวันและกลางคืน ทำให้ฤดูผสมพันธุ์ของแมวไม่ชัดเจน อาจจะผสมได้ทั้งปี อาการติดสัดแล้วแต่แมวแต่ล่ะตัวจะแสดงออก หลัก ๆ ที่พบได้คือ
- ร้องโวยวายผิดปกติ
- นอนกลิ้งไปกลิ้งมา
- เข้ามาคลอเคลียมากกว่าปกติ จับบริเวณก้นแล้วมักโก่งก้นขึ้น และเบี่ยงหางออกด้านข้าง เพื่อเปิดทางช่องคลอดเพื่อเตรียมรับการผสม
- แมวบางตัวอาจพบอาการอวัยวะเพศบวมโต กว่าปกติเล็กน้อย หรืออาจมีเมือกใส ๆ ให้เห็น *แต่จะไม่มีเลือดออกมาจากช่องคลอดเหมือนในสุนัข

ดังนั้น ในช่วงเวลานี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เจ้าของสัตว์ต้องให้ความใส่ใจดูแล และแยกสัตว์เพศผู้และเพศเมียออกจากกันอย่างเด็ดขาด อาจใช้วิธีขังกรง (ควรใช้กรงตาถี่ ๆ เพราะหากเป็นกรงตาห่าง ๆ พบว่าสัตว์ตัวผู้ก็ยังสามารถเข้ามาผสมพันธุ์ได้ ) หรือเลี้ยงอยู่ในบ้านที่เป็น ระบบปิด ปิดทางเข้าออกทุกทาง ป้องกันไม่ให้สัตว์ตัวผู้เข้ามาได้

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า การคุมกำเนิดในสัตว์นั้นมีหลากหลายวิธี แต่ละวิธีก็มีข้อจำกัดมากมายแตกต่างกัน แต่วิธีที่ดีที่สุด สามารถช่วยลดความยุ่งยากในการควบคุมสัตว์ในแต่ละครั้ง ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายแรง อื่น ๆ และลดปัญหาอื่น ๆ ไปได้อย่างถาวรก็คือวิธีการผ่าตัดทำหมัน จึงสมควรที่ประชาชนทั่วไปควรมีความรู้ความ เข้าใจในเรื่องการคุมกำเนิดสัตว์ และการผ่าตัดทำหมันในสัตว์ให้มากขึ้น เพื่อสุขภาพที่ดี และชีวิตที่ยืนยาวของสัตว์ต่อไป

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.bec-vet.com/th/Blogs/Detail/30-ปัญหาการฉีดยาคุมกำเนิดในสุนัขและแมว
และภาพจาก https://www.osdco.net/communities/knowledge/468/dog-birth-control

ปัญหาการฉีดยาคุมกำเนิดในสุนัขและแมว (ตอนที่ 1)เมื่อสุนัขและแมว อยู่ในช่วงอาการติดสัดมักจะสร้างความวุ่นวายใจให้กับเจ้าของ...
31/08/2022

ปัญหาการฉีดยาคุมกำเนิดในสุนัขและแมว (ตอนที่ 1)

เมื่อสุนัขและแมว อยู่ในช่วงอาการติดสัดมักจะสร้างความวุ่นวายใจให้กับเจ้าของไม่น้อย หลาย ๆ คนคงยังตัดสินใจพาสัตว์เลี้ยงไปทำหมันและหลายคนก็ยังต้องการแค่ฉีดยาคมกำเนิด

จากกระแสที่เกิดขึ้นมากมายในสังคม เมื่อสัตว์เกิดอาการมดลูกอักเสบ (pyometra) สืบเนื่องมาจากการฉีดยาคุมกำเนิดนั้นทำให้หลาย ๆ หน่วยงาน หันมารณรงค์ ห้ามฉีดยาคุมกำเนิดให้กับสัตว์เลี้ยง และหันมาใช้วิธีการผ่าตัดทำหมันแทน

การฉีดยาคุมกำเนิด โดยใช้ฮอร์โมนในแมวและสุนัขนั้น นอกจากจะก่อให้เกิดอันตรายกับตัวสัตว์ที่ได้รับการฉีดโดยตรงแล้ว ยังอาจส่งผลต่อเนื่องอีกหลายอย่างที่คิดไม่ถึง

ฮอร์โมนคุมกำเนิด ที่ใช้ในสุนัขและแมว มีหลากหลาย ส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบ โพรเจสโตเจน หรือ โพรเจสติน (progestogens or progestins; PGs) ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ (synthetic analogues) ของ progesterone เช่น medroxyprogesterone acetate (MPA-Depoâ), megestrol acetate (MA), proligestone (PR-Covinan), chlormadinone acetate (CMA), delmadinone acetate (DMA), norethisterone acetate (NTA) และ melengestrol acetate (MGA)

มีการใช้มากในการควบคุมการเป็นสัดของในสัตว์หลาย ๆ ชนิด เช่น ในสุนัขและแมว โดยขึ้นอยู่ช่วงที่ใช้
1.ใช้คุมกำเนิดแบบชั่วคราว (เริ่มใช้ในช่วงก่อนการเกิดระยะ proestrus หรือก่อนเป็นสัดระยะแรก)
2.ใช้คุมกำเนิดแบบระยะเวลานาน (เริ่มในช่วง anestrus คือช่วงที่ไม่เป็นสัด )
3.ใช้เลื่อนการเป็นสัดออกไป หรือใช้เพื่อกดการเป็นสัด (เริ่มใช้เมื่อเริ่มเป็นสัดไปแล้วในระยะต้น - ใช้ได้บางชนิดเท่านั้น)

ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะไปหยุดการสร้าง การหลั่งของฮอร์โมนปกติจากสมอง โดยแต่ละตัวก็จะมีผลต่อระบบสืบพันธุ์และระบบฮอร์โมนต่าง กัน เช่น
- เกิดถุงน้ำที่รังไข่
- เกิดพัฒนาตัวอ่อนผิดปกติ คลอดยาก ลูกตายในท้อง หรือกลายเป็นเนื้องอก
- ลดการสร้างหรือเพิ่มการหลั่งของฮอร์โมนบางชนิด เกี่ยวเนื่องกับภาวะเบาหวาน
- แม่สัตว์บางตัวเป็นมดลูกอักเสบ

เมื่อถูกยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนจากสมอง ทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุลและทำให้เกิดผลข้างเคียง อาจมีผลต่อพฤติกรรม เช่น หากใช้ยาติดต่อกันเป็นระยะเวลานานจะทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง เนื่องจากมีการกดการทำงานของไขกระดูกได้

ผลกระทบต่าง ๆ ที่เกิดจากการใช้ยาชนิดนี้สามารถป้องกันได้ ถ้ามีการใช้ในขนาดที่ถูกต้องและไม่ใช้ติดต่อนานจนเกิดไป การเลือกใช้ในสัตว์แต่ละตัวควรคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ คือ
1. ต้องรู้วงรอบการเป็นสัดของสุนัขและแมวอย่างชัดเจน โดยสัตวแพทย์ต้องทำการตรวจทุกครั้งก่อนคิดให้ฮอร์โมนคุมกำเนิด
2. อย่าเลือกผลิตภัณฑ์ในรูปแบบที่ออกฤทธิ์ได้นาน ในการเป็นสัดครั้งแรกในแมว เพราะจะทำให้เกิดการกระต้นการขยายของเซลล์เต้านมอย่างยาวนานได้
3. ห้ามใช้ในสัตว์ที่ตั้งท้องอยู่ เนื่องจากอาจทำให้เกิดความผิดปกติในการพัฒนาตัวอ่อนในครรภ์ หรืออาจทำให้เกิดการคลอดช้ากว่ากำหนด เกิดการตายของตัวอ่อนได้
4. ห้ามใช้ในสุนัขที่มีการเกิดเลือดออกจากมดลูก ห้ามใช้ในสัตว์ที่เกิดการเป็นสัดยาวนาน เนื่องจากอาจเกิดความผิดปกติ คือ ถุงน้ำ หรือเนื้องอกรังไข่
5. ห้ามใช้ในสัตว์ป่วยโรคเบาหวาน ควรทำการตรวจสอบค่าระดับน้ำตาลในเลือด blood glucose ในรายที่มีการให้ยามาเป็นเวลานานเพื่อตรวจสอบ glucose metabolism เสมอ

เจ้าของสัตว์หรือสัตวแพทย์สมัยใหม่ จะไม่นิยมฉีดยาคุมกำเนิดนี้แล้ว เพราะผลดีมีไม่มากเท่าผลเสีย ถ้าจำเป็นต้องฉีดจะต้องซักประวัติและตรวจร่างกายสัตว์อย่างละเอียดและไม่ทำการฉีดซ้ำหลายหน ...แต่ถ้าหลีกเลี่ยงได้จะดีที่สุด...หยุด การฉีดยาคุม แล้วแนะนำให้เจ้าของทำหมันถาวรในสัตว์เลี้ยงกันเถอะค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.bec-vet.com/th/Blogs/Detail/30-ปัญหาการฉีดยาคุมกำเนิดในสุนัขและแมว
และภาพจาก https://www.osdco.net/communities/knowledge/468/dog-birth-control

ที่อยู่

Bangkok
10230

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Hermes Luxury Cat Home โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์