30/08/2026
เราเองก็รู้สึกขอบคุณห้องสมุดทุกๆแห่ง และเห็นคุณค่าของงานบรรณรักษ์ห้องสมุด ที่ไม่ใช่แค่เพียงการจัดระบบหนังสือ แต่เป็นความเข้าใจคุณค่าของงานที่ทำด้วยความรักในหนังสือ
ถ้าบรรณารักษ์คือผู้เก็บรักษาและจัดการความทรงจำ ความรู้ ความงาม และความจริงของสังคม ประเทศที่ไม่มีบรรณารักษ์ หรือมีบรรณารักษ์เหลืออยู่น้อยนิด จะเป็นประเทศแบบไหน โตมร ศุขปรีชา ชวนมองบทบาทของบรรณารักษ์ ในโลกที่ข้อมูลล้นเกินและ AI เข้ามาครอบงำสมองของผู้คนทุกหนแห่ง
อ่านเนื้อหาเต็มได้ที่: https://www.the101.world/why-do-we-need-librarians/
“ดีเอ็นเอของบรรณารักษ์ที่แท้จริง จึงไม่ใช่แค่การทำหน้าที่เป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์ คอยเฝ้ากองหนังสือเหมือนหมาเฝ้าบ้านที่ทำอะไรกับบ้านไม่ได้ แต่บรรณารักษ์คือผู้ที่สร้างสถาปัตยกรรมความรู้ให้กับสังคม ผ่านกระบวนการ Curate ที่หลากหลายและมีหลายชั้นมาก”
“ถ้าย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์บรรณารักษ์ เราจะพบว่า แท้ที่จริงแล้ว บรรณารักษ์และห้องสมุดนั้น สำคัญต่อความเปลี่ยนแปลงทางปัญญาของคนในโลกมากทีเดียว ห้องสมุดโบราณมีลักษณะเหมือนหอจดหมายเหตุ หรือศูนย์บันทึกความทรงจำของสังคมมากกว่า”
“บรรณารักษ์ที่เป็นวิชาชีพนั้น เกิดขึ้นพร้อมกับขบวนการห้องสมุดสาธารณะในศตวรรษที่ 19 บนฐานความคิดที่ว่า ความรู้ไม่ควรเป็นพริวิเลจของชนชั้นนำ แต่ความรู้คือ Public Good ที่ทุกคนควรเข้าถึงได้”
“ถ้ารัฐคิดว่าสังคมโง่กว่ารัฐ รัฐก็สามารถกำหนดบทบาทการเรียนรู้ให้สังคมโดยรวมฉลาดขึ้นมาได้ อย่างน้อยก็ในความหมายที่รัฐอยากได้ แต่สังคมอาจไม่ได้อยากฉลาดตามแนวทางของรัฐก็ได้ ห้องสมุดก็ต้องดูแลให้เกิดสมดุลระหว่างความอยากเรียนรู้ที่เป็นจริงกับสิ่งที่รัฐอยากให้ประชาชนเรียนรู้อีกทีหนึ่ง”
“แต่ถ้ารัฐโง่กว่าสังคม ก็เป็นไปได้ที่รัฐอาจฝังตัวอยู่กับอดีตมากเกินไปจนมองไม่เห็นหน้าที่ใหม่ๆ ที่พร่างพรายในทางปัญญาของบรรณารักษ์ยุคใหม่ โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์เข้ามาครอบงำสมองของผู้คนทุกหนแห่งไปหมดอย่างนี้”
"ดังนั้น หากเรารู้เสียแล้วว่า บรรณารักษ์คือผู้เก็บรักษาความทรงจำ ทั้งความรู้ ความงาม และความจริงของรัฐ คุณคิดว่าประเทศที่ไม่มีบรรณารักษ์ หรือมีบรรณารักษ์เหลืออยู่น้อยนิด จะเป็นประเทศแบบไหน”
…
เพราะถ้าไม่เข้าใจว่า บรรณารักษ์มีไว้ทำไม
ก็ไม่ต้องมีทุกอย่างที่ว่าก็ได้!
เรื่อง: โตมร ศุขปรีชา
ภาพประกอบ: ณัฐพล อุปฮาด