ตชด.เก่า เล่าเรื่อง

ตชด.เก่า เล่าเรื่อง ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ตชด.เก่า เล่าเรื่อง, Pathum Thani.

ชีวิตในป่าเขาและป่าทึบมีอะไรซ่อนอยู่?
อดีต ตชด. ขอเปิดบันทึกเก่า เล่าประสบการณ์จริงสุดมันส์ ภารกิจระทึกขวัญ และเรื่องราวแนวตะเข็บชายแดนที่ไม่มีในตำรา มาล้อมวงฟังกันเพลินๆ ฝากกดติดตามเรื่องเล่าสนุกๆ จากป่าลึกของผมด้วยนะครับ

รายงานตัว “ผู้บังคับหมวด”ดวงตะวันยังไม่ทันพ้นขอบฟ้า ทว่าแสงไฟริมถนนสายรังสิตกลับสะท้อนประกายวาววับจาก เครื่องหมายสีเงิน ...
21/07/2026

รายงานตัว “ผู้บังคับหมวด”

ดวงตะวันยังไม่ทันพ้นขอบฟ้า ทว่าแสงไฟริมถนนสายรังสิตกลับสะท้อนประกายวาววับจาก เครื่องหมายสีเงิน บนบ่าของผม...

เช้าวันแรกของการรายงานตัว ผมยืนหน้ากระจกในชุดปกติกากีคอแบะเต็มยศที่ถูกรีดจนกลีบโง้ง คอเสื้อที่ปิดชิดและเนื้อผ้าที่หนาหนัก ให้ความรู้สึกราวกับเสื้อเกราะที่ห่อหุ้มเด็กหนุ่มลูกชาวเรือคนหนึ่งไว้

ด้านหลังของผมมีหญิงวัยกลางคนยืนอยู่... แม่ไม่ได้พูดอะไรมาก แต่แววตาและรอยยิ้มที่ทอดมองมานั้นเปี่ยมล้นไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด มือที่เคยหยาบกร้านจากการจับเชือกผูกเรือฝ่ากระแสน้ำ เอื้อมมาปัดฝุ่นที่หัวไหล่ให้ผมอย่างแผ่วเบา ลูกชายชาวเรือที่เคยอาศัยข้าวก้นบาตร วันนี้ได้สวมเครื่องแบบอันทรงเกียรติและกำลังจะก้าวออกไปรายงานตัวทำหน้าที่ลูกผู้ชาย

การโบกแท็กซี่จากรังสิตในเช้าวันนั้น ผมก้าวขึ้นรถด้วยหัวใจที่พองโต เบาะหนังของรถแท็กซี่ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกสบายขึ้นเลย เพราะเสียงหัวใจผมเต้นแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ มุ่งหน้าสู่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ความกังวลที่จะต้องเผชิญหน้ากับผู้บังคับบัญชาที่ยังไม่รู้จัก ผสมปนเปกับความตื่นเต้นในก้าวแรกของชีวิตข้าราชการ

ในวันปฐมนิเทศ ท่ามกลาง “ผู้บังคับหมวด” จบใหม่จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จำนวน 50 ชีวิตในห้องประชุมที่แอร์เย็นเฉียบ
วินาทีที่ผมก้าวออกไปรายงานตัวต่อหน้าผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น เปล่งเสียงบอกชื่อ และตำแหน่งด้วยความหนักแน่น มันคือการประกาศว่าผมพร้อมแล้วที่จะเป็นตำรวจของประชาชน พร้อมเดินทางไปรับใช้ประชาชนตามแนวชายแดนที่ทุรกันดาร

เข้าสู่วันที่สองและสามของการปฐมนิเทศ เราถูกสั่งให้เปลี่ยนมาเป็น "ชุดฟาร์ติก" สีเขียวอันเป็นสัญลักษณ์ของตำรวจป่า และในชุดนี้นี่เองที่สอนบทเรียนแห่งความอ่อนน้อมให้ผม

เช้าวันนั้น ผมกระโดดขึ้นรถเมล์เพื่อเดินทาง ทันทีที่กระเป๋ารถเมล์เดินเข้ามาใกล้ เขาไล่สายตามองชุดสีเขียวของผม ก่อนจะเอ่ยปาก "น้อง รด. จ่ายค่ารถด้วย"
ผมชะงัก ดาวผ้าสีขาวบนบ่าของผมคงกลมกลืนไปกับสีเขียวทึมๆ กว่าจะอธิบายให้เขาเข้าใจว่า ตำรวจในเครื่องแบบได้รับการยกเว้นค่าโดยสาร ก็เล่นเอาคนมองกันทั้งคันรถ มันเป็นตลกร้ายที่คอยเตือนสติผมว่า ไม่ว่ายศถาบรรดาศักดิ์จะสูงแค่ไหน ในสายตาของชาวบ้าน เราก็คือคนธรรมดาคนหนึ่ง

จนกระทั่งวันที่สาม... วันที่การปฐมนิเทศสิ้นสุดลง และถึงเวลาที่ลูกนกจะต้องบินออกจากรังอย่างแท้จริง
"เป้สนาม" ใบเขื่อง และ "ถุงทะเล" ที่บรรจุสัมภาระทั้งชีวิตถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อย เช้าวันนี้บรรยากาศต่างไปจากวันแรก รอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจของแม่ถูกแทนที่ด้วยความห่วงใย มือคู่นั้นของแม่เอื้อมมาดึงตัวผมเข้าไปกอดแน่น แม่ไม่พูดอะไร มีเพียงหยาดน้ำตาใสๆ ที่ไหลซึมเปื้อนบ่าเสื้อชุดฟาร์ติกของผม

หยดน้ำตาของแม่... หญิงชาวเรือผู้ยอมฝืนใจปล่อยมือลูกชายให้ขึ้นฝั่งเพื่ออนาคตในวันวาน แต่วันนี้เธอกำลังจะต้องปล่อยมือลูกชายอีกครั้ง... สู่ป่าลึกอันแสนอันตรายที่ไม่มีหลักประกันใดๆ

"ไปทำหน้าที่ของลูกให้ดีนะ... แม่จะรออยู่ที่นี่"
ผมก้มลงกราบแทบเท้าแม่ สัมผัสได้ถึงความรักที่ยิ่งใหญ่และหนักอึ้ง การก้าวเดินออกจากบ้านในเช้าวันนี้ มันคือการจากลาอ้อมกอดที่ปลอดภัยที่สุดในชีวิต

หลังเสร็จสิ้นการปฐมนิเทศในตอนเย็นของวันที่สาม ไม่มีรถตู้ปรับอากาศมารอรับที่กองบัญชาการฯ มีเพียงผู้บังคับหมวดรุ่นพี่พร้อม“รถบรรทุกหกล้อไดน่า”คันใหญ่ที่มีที่นั่งสองแถวไม้กระดานด้านหลัง

ผมโยนเป้และถุงทะเลขึ้นท้ายรถ หันมาร่ำลา ใบหน้าหวานที่เปื้อนน้ำตา
แววตาของเธอเต็มไปด้วยความรวดร้าวที่พยายามซ่อนเร้น เธอรู้ดีว่าเส้นทางที่ผมเลือก ไม่ใช่การเป็นพนักงานสอบสวนในหัวเมืองต่างจังหวัด หรือการเดินตรวจตราในเมืองหลวงที่ศิวิไลซ์ แต่คือป่าตะเข็บชายแดนที่ทุรกันดาร

"อยู่ในป่าเราจะติดต่อกันยังไง.." เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มือของเธอบีบมือผมแน่นราวกับกลัวว่าผมจะหายไป
ผมไม่มีคำตอบที่สวยหรู มีเพียงคำสัญญาใต้แสงไฟสลัวว่า "พี่จะดูแลตัวเอง เราจะเขียนจดหมายถึงกันเหมือนสมัยตอนเรียนที่สามพราน แล้วพี่หาเวลากลับมาหานะ"

รถหกล้อกระแทกกระทั้นไปตามถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าสู่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 13 จังหวัดกาญจนบุรี ลมตีปะทะหน้าจนชาหนึบ นำพากลิ่นฝุ่นและควันรถลอยฟุ้ง ทว่าไม่อาจกลบความรู้สึกโหวงเหวงในอก ผมเอนหลังพิงถุงทะเล มองทิวทัศน์ของตึกรามบ้านช่องที่ค่อยๆ เลือนหายไป กลายเป็นทิวเขาและแมกไม้ทึบ

เพื่อนร่วมรุ่นหลายคนที่ต้องเดินทางไกลไปตามภาคต่างๆของประเทศ คงต้องเดินทางข้ามคืน นอนเบียดเสียดหลับกันหลังรถอย่างความเหนื่อยล้า
แต่ผม... พร้อมเพื่อนรวม 3 ชีวิตที่กำลังมุ่งหน้าสู่เมืองกาญจน์ กลับตาสว่าง

ความคิดถึงอ้อมกอดและน้ำตาของแม่ รวมถึงสัมผัสจากการกุมยังคงอุ่นวาบอยู่ในใจ ความรักที่ต้องทิ้งไว้เบื้องหลัง คือราคาที่ผมยินดีจ่าย เพื่อแลกกับการได้สวมวิญญาณ "ผู้พิทักษ์ชายแดน"

เมื่อล้อรถหกล้อหยุดหมุนที่หน้ากองกำกับการฯ  รุ่นพี่พาพวกเราเดินนำไปยังห้องพักรวม ที่พักชั่วคราวของเราคืนนี้เป็นแฟลตเก่าซอมซ่อ ผมวางถุงทะเลลงบนพื้น กวาดสายตามองห้อง หันไปสบตาเพื่อนร่วมชะตากรรม... ไม่มีใครพูดอะไร แต่แววตาของเราบอกสิ่งเดียวกัน
ป่าตะเข็บชายแดนกำลังรอเราอยู่... ชีวิตของ ตชด. และบททดสอบแห่ง หน้าที่ งาน ความรับผิดชอบ และความรักได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

จากลูกคลื่นแห่งเจ้าพระยา สู่ป่าตะเข็บชายแดน: ปฐมบทแห่งอดีต ตชด.เสียงน้ำกระทบกราบเรือยามค่ำคืน คือเพลงกล่อมเด็กบทแรกและบท...
23/06/2026

จากลูกคลื่นแห่งเจ้าพระยา สู่ป่าตะเข็บชายแดน: ปฐมบทแห่งอดีต ตชด.

เสียงน้ำกระทบกราบเรือยามค่ำคืน คือเพลงกล่อมเด็กบทแรกและบทเดียวที่ผมรู้จัก...
หลายคนเกิดและเติบโตบนพื้นดินที่มั่นคง แต่สำหรับ "ลูกชาวเรือ" อย่างผม โลกทั้งใบคือผืนน้ำที่ทอดยาวของแม่น้ำเจ้าพระยา ชีวิตที่ลอยล่องไปตามกระแสน้ำ แม้จะดูอิสระเสรี แต่มันคือความเวิ้งว้างที่ไร้หลักประกันใดๆ พ่อแม่ของผมเป็นชาวเรือที่หาเช้ากินค่ำ หยาดเหงื่อของท่านหยดลงผสมกับน้ำในแม่น้ำสายนี้เพื่อแลกกับข้าวสารให้ลูกได้อิ่มท้อง และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่สอนให้ผมรู้ว่า **"ถ้าอยากรอด ต้องเข้มแข็งกว่ากระแสน้ำ"**

เมื่อถึงวัยที่ต้องจับดินสอแทนการจับเชือกผูกเรือ พ่อแม่จำใจต้องปล่อยมือผมให้ขึ้นฝั่ง ไม่ใช่เพื่อความสุขสบาย แต่เพื่อ "อนาคต" ที่ท่านมอบให้ไม่ได้บนเรือลำน้อย ผมถูกส่งเข้า **โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์** โรงเรียนประจำสำหรับเด็กด้อยโอกาส

คืนแรกของการจากลา: ผมยังจำความรู้สึกที่ต้องนอนรวมกับเด็กแปลกหน้านับร้อยคนได้ดี ไม่มีเสียงคลื่น ไม่มีอ้อมกอดแม่ มีเพียงเสียงสะอื้นของเด็กๆ ที่คิดถึงบ้านประชันกันในความมืด
ที่นี่สอนให้ผมรู้จักคำว่าระเบียบวินัย ความอดทน และการแบ่งปัน เรามีกินเท่ากัน มีใช้เท่ากัน ขัดเกลาให้เด็กชาวเรือที่เคยตามใจตัวเอง กลายเป็นไม้ที่เริ่มเข้ารูปเข้ารอย

เมื่อก้าวเข้าสู่ชั้นมัธยมศึกษา ทุนทรัพย์ที่มีน้อยนิดบีบบังคับให้ผมต้องหาที่พึ่งใหม่ และ "วัด" คือสถานที่ที่อ้าแขนรับเด็กหนุ่มไร้บ้านอย่างผม ผมกลายเป็น **"เด็กวัด"** อย่างเต็มตัว
"ข้าวก้นบาตรทุกคำ คือข้าวที่ต่อชีวิต สร้างเลือด สร้างเนื้อ และสร้างอนาคต"

ชีวิตในแต่ละวันเริ่มต้นก่อนรุ่งสาง เดินตามหลังหลวงอาบิณฑบาตด้วยเท้าเปล่าบนถนนที่เย็นเฉียบ หน้าที่ปัดกวาดลานวัด ล้างห้องน้ำ และกินข้าวที่เหลือจากพระ สอนให้ผมรู้จักความอ่อนน้อมถ่อมตน การลบอีโก้ และที่สำคัญที่สุดคือ "การรู้คุณค่าของสิ่งที่ได้รับ"
ใต้แสงไฟสลัวในกุฏิ ผมท่องหนังสืออย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะรู้ดีว่า โอกาสเดียวที่จะพลิกชีวิตได้คือ "การศึกษา"

ความเพียรพยายามสัมฤทธิ์ผล เมื่อเด็กวัดลูกชาวเรือคนนี้ สามารถสอบผ่านประตูเหล็กแห่ง **"โรงเรียนนายร้อยตำรวจ"** ได้สำเร็จ
มันคือความภาคภูมิใจที่อธิบายเป็นคำพูดได้ยาก วันที่ได้สวมเครื่องแบบนักเรียนนายร้อย ผมมองตัวเองในกระจกแล้วนึกถึงพ่อแม่ที่ยังอยู่บนเรือ นึกถึงข้าวก้นบาตรที่เคยกิน

ทุกหยาดเหงื่อและการฝึกที่หนักหน่วงในรั้วสามพราน ไม่เคยทำให้ผมท้อถอย เพราะความลำบากในอดีตได้สร้าง "ภูมิคุ้มกัน" ที่แข็งแกร่งที่สุดไว้ให้ผมแล้ว

ชีวิตนักเรียนนายร้อยดำเนินมาถึงปีสุดท้าย ปีที่ทุกคนต้องเลือกเส้นทางเดินของตนเอง หลายคนฝันถึงการเป็นนักสืบมือฉมังในเมืองหลวง หลายคนอยากเป็นตำรวจจราจร หรือสายงานที่มีความก้าวหน้าชัดเจน
แต่แล้ว... ในวันที่มีการแนะนำหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้นักเรียนนายร้อยเลือกไปรับราชการ มีรุ่นพี่จากหน่วยงานหนึ่งก้าวขึ้นมาบนเวที ภาพที่ฉายบนจอไม่ใช่การไล่ล่าผู้ร้ายกลางเมืองใหญ่ ไม่ใช่การตั้งด่านตรวจจับ แต่เป็นภาพของ...
* เฮลิคอปเตอร์ที่บินฝ่าเมฆหมอกไปสู่ยอดเขา*
*ครูในชุดสีเขียวที่กำลังสอนหนังสือเด็กชาวเขาด้วยกระดานดำเก่าๆ*
*การแบ่งปันยารักษาโรคให้ชาวบ้านที่ห่างไกลความเจริญ*
หน่วยงานนั้นคือ "ตำรวจตระเวนชายแดน" (ตชด.)“

วินาทีนั้น เหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านหัวใจ ภาพของเด็กน้อยบนดอยในจอภาพ ซ้อนทับกับภาพของเด็กชาวเรือที่ต้องไปอยู่โรงเรียนสงเคราะห์ ซ้อนทับกับภาพเด็กวัดที่อาศัยข้าวก้นบาตรประทังชีวิต ผมตระหนักได้ทันทีว่า ผมมาไกลถึงจุดนี้ได้ เพราะโอกาสที่สังคมมอบให้

ตชด. ไม่ใช่แค่ผู้พิทักษ์แนวเขตแดนของชาติ แต่คือผู้มอบโอกาส เป็นครู เป็นหมอ เป็นที่พึ่งของคนที่อยู่ชายขอบที่สุดของประเทศ คนที่ขาดแคลนและถูกลืม... เหมือนที่ผมเคยเป็น

วันเลือกตำแหน่ง ผมเลือกหน่วยงานนี้โดยไม่ลังเล การเสียงปรบมือของเพื่อนๆ
ผมยอมทิ้งความศิวิไลซ์ของเมืองหลวง มุ่งหน้าสู่ป่าเขาลำเนาไพร ด้วยปณิธานเดียวคือ "ไปเป็นผู้ให้ เหมือนที่เคยเป็นผู้รับมาตลอดชีวิต"

นี่คือปฐมบทชีวิตของผม... จากน้ำตาเด็กชาวเรือ สู่หยาดเหงื่อใต้ร่มเงาพระธรรม และการตัดสินใจติดดาวบนบ่าเพื่อเดินเข้าป่าในฐานะ ตชด.

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เพจ "ตชด.เก่า เล่าเรื่อง" พื้นที่ที่ผมจะขอแบ่งปันความทรงจำ รอยยิ้ม คราบน้ำตา และเรื่องราวหลังม่านหมอกชายแดน ที่หน้ากระดาษประวัติศาสตร์อาจไม่เคยบันทึกไว้ครับ

ที่อยู่

Pathum Thani
12000

เบอร์โทรศัพท์

+66815426949

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ตชด.เก่า เล่าเรื่องผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์