27/09/2025
🔵 กรมประมง จับมือ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จับมืเปิดบริการส่งด่วนสัตว์น้ำสวยงามไปยังต่างประเทศผ่านเครือข่ายไปรษณีย์เป็นครั้งแรก เริ่มให้บริการในเดือนตุลาคม 2568 ส่งออกปลากัด ใน 5 ตลาดหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และอินโดนีเซีย ก่อนขยายไปตลาดอื่น ๆ ที่มีศักยภาพในอนาคต
ทั้งนี้ บริการดังกล่าวจะรองรับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงที่ขึ้นทะเบียนกับกรมประมงกว่า 10,000 ราย ภายใต้บริการส่งด่วนสัตว์น้ำสวยงามไปต่างประเทศ
🐳 🐠 โดยปัจจุบันตลาดสัตว์น้ำสวยงามโลกมีมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี ไทยมีศักยภาพครองสัดส่วนการส่งออกปลากัดและสัตว์น้ำสวยงามเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ราว 11% และมีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท โดยเฉพาะปลากัดที่มีสัดส่วนถึง 40%
👉 สำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการฟาร์มเพาะเลี้ยงที่สนใจใช้บริการส่งด่วนสัตว์น้ำสวยงามไปยังต่างประเทศผ่านไปรษณีย์ไทยจะต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
✔️ 1. ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบการด้านการประมง (ทบ.2)
✔️ 2. ขึ้นทะเบียนสถานประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก (สอ.3)
✔️ 3. ขึ้นทะเบียนสถานประกอบการรวบรวมสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก (สอ.4)
ทั้งนี้ การส่งออกปลากัดแต่ละครั้งต้องยื่นขอเอกสารประกอบการส่งออกจากกรมประมง 5️⃣ ประเภท ได้แก่
✅ 1. ขอใบอนุญาตส่งออกสัตว์น้ำ (ร.9)
✅ 2.ขอหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์น้ำ (Health Certificate)
✅ 3.ใบแจ้งดำเนินการส่งออกสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ (DOF4)
✅ 4. ใบอนุญาตให้ส่งออกสัตว์น้ำ (DOF11)
✅ 5. หนังสือรับรองตนเองในการแจ้งแหล่งที่มาของสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ (Self Certificate)
และเพื่อส่งเสริมศักยภาพการส่งออกให้แก่ผู้ประกอบการ ไปรษณีย์ไทยยังได้ประสานความร่วมมือกับกรมประมงในการจัดเวิร์คช็อปอบรมสำหรับเกษตรกรที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในกระบวนการส่งออก เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับกฎระเบียบในการขึ้นทะเบียนและการเตรียมความพร้อมสำหรับการส่งออก รวมถึงช่วยให้เกษตรกรสามารถส่งออกปลากัดได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐาน
🇨🇳 สำหรับเกษตรกรที่ต้องการส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนจะต้องขึ้นทะเบียนกับหน่วยงาน General Administration of Customs of the People's Republic of China (GACC)
➖➖➖➖➖➖➖➖
#เกษตรกรก้าวหน้า #แวดวงเกษตร #ขนส่ง #สงครามส่งด่วน #สัตว์น้ำ #ปลาสวยงาม #ปลากัด #ไปรษณีย์ไทย #กรมประมง