03/09/2025
ห่างหายโพสเคสน่าสนใจไปนาน ไม่ใช่ไม่มีนะ แต่มีภาระหลายด้าน 🥸
วันนี้ขอแชร์เคสที่น่าสนใจและแปลกใหม่กับหมอๆ ค่ะ 🐶
เคสนี้เป็นน้องหมาพันธุ์ชิวาว่า อายุ 13 ปี 7 เดือน ที่เข้าห้อง CCU ด้วยอาการน่าเป็นห่วง มีประวัติโรคหัวใจ (myxomatous mitral valve degeneration) ตับอ่อนอักเสบ และมีเลือดออกในทางเดินอาหารอย่างรุนแรง มีภาวะโลหิตจาง มีไข้สูง
คุณหมอสงสัยภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด จึงส่งตรวจ Blood Culture (เพาะเชื้อในเลือด)
หลังจากส่งตรวจไป 24 ชั่วโมงแรกยังไม่พบการเติบโตของเชื้อ แต่พอเข้าสู่ 48 ชม. พบขวดที่ใช้เพาะเชื้อแบบไม่ใช้ออกซิเจน (anaerobic) เริ่มขุ่น ซึ่งเป็นสัญญาณว่ามีเชื้อเติบโต!
สิ่งที่แล็บทำประกอบด้วย
1. นำตัวอย่างออกมาตรวจด้วยการย้อมสีแกรม และพบว่าเป็นเชื้อ Gram-positive bacilli with endospores ซึ่งมีลักษณะตรงกับกลุ่ม Clostridium/Bacillus spp.
2. เพาะเชื้อลงใน aerobic & anaerobic condition ต่อเพื่อระบุเชื้อและทดสอบความไวของยาปฏิชีวนะ
3. ย้อมสีเฉพาะเพื่อตรวจหา endospore (สปอร์ที่ช่วยให้เชื้อรอดในสภาวะที่ไม่เหมาะสม) ของเชื้อกลุ่ม Clostridium/Bacillus spp. ด้วย Schaeffer-Fulton Method ก็พบ endospore จริงๆ เป็นแบบ subterminal, not bulging endospore, colony & cell morphology สอดคล้องกับ Clostridium perfringens ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่มักพบในภาวะติดเชื้อรุนแรง
จากนั้นเราก็ทำการทดสอบความไวของยาปฏิชีวนะ (antibiotic susceptibility test) และพบว่าเชื้อตัวนี้ไวต่อยาไม่มาก ได้แก่ Amoxycillin-clavulanic acid, Doxycycline, Meropenem และ Minocycline แต่กลุ่มยาใช้บ่อยอย่าง fluoroquinolones, imipenem ยับยั้งเชื้อไม่ได้เลย
น่าเสียดายที่เคสนี้เราไม่ได้ทำ MALDI-TOF mass spectrometry เพื่อ confirm species เพราะหน่วยงานที่ส่งเชื้อไปทดสอบเครื่องเสียพอดี
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเคสนี้
1. ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด: ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (sepsis/bacteremia/fungemia) เกิดขึ้นได้จริงในสัตว์ป่วย และมีโอกาสเสียชีวิตสูงมาก ก่อนหน้านี้เคยได้ผลบวกในเคสหมา แมวที่มี chronic deep wound
2. การตัดสินใจที่รวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญ: หากสัตว์ป่วยมีประวัติและอาการที่บ่งชี้ ควรพิจารณาทำ Blood Culture ทันทีเพื่อผลการตรวจที่แม่นยำและช่วยให้คุณหมอวางแผนการรักษาได้อย่างทันท่วงที
3. ต้องเพาะเชื้อทั้งแบบใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจน: เพื่อให้ครอบคลุมเชื้อทุกกลุ่ม การเพาะเชื้อในเลือดที่ถูกต้องต้องทำอย่างน้อย 2 ขวดต่อ 1 ชุด โดยแยกเป็นขวดสำหรับเพาะเชื้อแบบใช้ออกซิเจน (aerobic) และแบบไม่ใช้ออกซิเจน (anaerobic) เพื่อเพิ่มโอกาสในการเจอเชื้อที่ก่อโรค และอย่าลืมสอบถามห้องแล็บให้มั่นใจว่าเขารับตรวจทั้งสองแบบนะคะ
4. เครื่องมือทันสมัยคือการลงทุนที่คุ้มค่า: เครื่องมืออัตโนมัติอย่างเครื่องเพาะเชื้ออัตโนมัติ (automated hemoculture incubator), MALDI-TOF MS หรือ VITEK/Sensititer ช่วยยกระดับการวินิจฉัยโรคได้อย่างมาก ทำให้เราสามารถระบุชนิดเชื้อและผลการทดสอบความไวต่อยาได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำเทียบเท่ากับมาตรฐานทางการแพทย์ของคน การมีเครื่องมือเหล่านี้จะช่วยให้ห้องปฏิบัติการสามารถเป็นที่พึ่งพาให้กับสัตว์ป่วยที่มีอาการซับซ้อนและวิกฤตได้มากขึ้น
ช่วงขอบ่น 🐶บ่น 🐱ไปเรื่อย 😔🥹
เคสนี้มีผลทั้งหมดออกมาใช้ประกอบการรักษาแก่หมอได้ เกิดจากความอยากเรียนรู้และความเชื่อมั่นลึกๆ ของเราว่า ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ มีแค่ไม่ทำเท่านั้น
ที่ Labcycle เล็กๆ ของเรา เราไม่มีเครื่อง automate ใดๆ ไม่ว่าจะเป็น hemoculture, MALDI-TOF MS, Sensititer MIC (เราพยายามดูดเลือดออกมาเพาะเชื้อทุกวันๆ เพื่อตรวจว่ามีเชื้อโตในขวดเลือดหรือไม่)
เราได้พยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราทำได้และได้ผลสำเร็จระดับนึง ถ้าเรามีเครื่องมือครบเราคงทำงานสนุกกว่านี้ 😆😏 หรือหากไม่มี ก็อาจเลิกทำไปสักวันนึงแทน 😂
by Dr. Fungi 🍄
ู้หญิงคนนี้ได้ไหมคะ